วันเสาร์ที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒
วันนี้เป็นอีกวันที่แสนดี๊ดี
มีนัดกับพี่สาวที่รัก ไม่ได้มีโอกาสมาจู๋จี๋กันสองต่อสองนานพอประมาณ
นัดกันนะหอคอยแห่งรักของเราสองเช่นเคย ^^
พี่สาวที่รักวันนี้มาแบบว่าสีสันคัลเลอร์ฟูลมาก ๆ เลยเชียวล่ะ
ถูกใจน้องสาวตัวกลมยิ่งนัก
เจอกันแล้วก็กอดกันให้หายคิดถึง
ไปไหนดีล่ะเนี่ย ไม่มีหมายกำหนดการแน่ชัด
เอาเป็นว่าไปไหนไปกัน ขอมีเพียงเราสองแค่นี้ก็เป็นสุขใจ ฮี่ฮี่
พร้อมแล้วเราก็ออกเดินทางกันเลย
เส้นทางวันนี้ลงตัวที่ Christ Church
เดินกันไป จับมือกันไป คุยกันไปจุ๋งจิ๋ง
วันนี้นักท่องเที่ยวเยอะมาก ๆ เลยเชียวล่ะ
ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะไปตามรอยแฮร์รี่ พ๊อตเตอร์ แต่เจอกองทัพนักท่องเที่ยวเสียก่อน ก็เลยเปลี่ยนแผนเล็กน้อย
คุยกันกับพี่หนึ่งว่าโอ้โห นึกไปก็เกือบจะปีนึงแล้วนะเนี่ยนับจากครั้งแรกที่เรามาด้วยกัน ณ ที่แห่งนี้
เรามีโอกาสแวะเวียนมาแถว ๆ นี้อีกหลายครั้งหลายครา ส่วนใหญ่ก็มาเดินเล่นชมบรรยากาศในวันที่มีเวลาละก็ครึ้มอกครึ้มใจอะไรประมาณเช่นนั้น
มาอยู่ที่นี่บางทีการได้เดินไปเรื่อย ๆ พร้อมกับชมธรรมชาติรอบ ๆ ตัว เพียงแค่นี้เราก็สามารถคว้าความสุขมาอยู่กับเราได้อย่างไม่ยากเลย
อย่างนี้ล่ะมั๊งที่เค้าว่า ความสุขอยู่รอบ ๆ ตัวเรานี่เอง
เห็นต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวสดใส ก็อดใจแวะเก็บภาพไว้ไม่ไหว
บรรยากาศการถ่ายรูปก็สนุกสนานเฮฮาตามประสาเราสอง
เสียงชัตเตอร์รัวไม่เว้นจังหวะเลยเชียว

แค่เห็นลีลาช่างภาพสาวแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารูปภาพเนี่ยจะแจ่มเพียงใด
หลังจากเราใช้เวลากันพอประมาณ ได้เวลาเติมพลัง
หม่ำ ๆ อะไรกันดีล่ะเนี่ย ตอนแรกคุยกันก่อนจะเจอกันหลายวันก่อนว่าอยากหม่ำติ่มซำ
แต่บรรยากาศวันนี้ พากันไปร้านแนวอังกฤษ อังกฤษกันดีกว่า
ให้เข้ากับบรรยากาศ British Summer กันสักหน่อย

ลงตัวที่ร้านถุงจมูกของคุณลา

หลังจากนั้นเราก็ย้อนกลับไปเส้นทาง Christ Church กันอีกที แต่วันนี้เลือกออกนอกเส้นทางที่คุ้ยเคย
ผ่านถนนช่วงหนึ่งแบบว่าเงียบเชียบมาก ๆ
เงียบซะจนเราสองอดจะแปลกใจไม่ได้ นาน ๆ จะมีคนเดินละก็รถวิ่งสวนมาทีนึง

อาคารหลังนี้แปลกมาก ๆ เลยเชียวมีบ้านหลังเล็ก ๆ โผล่ออกมาด้วย
ถ้าเราได้นอนห้องนั้นคงนอนไม่เป็นสุข
ด้วยเพราะเกรงว่า เอมันจะรับน้ำหนักเราไหวมั๊ยน๊า
มันจะหล่นลงมามั๊ยน๊า อะไรประมาณเช่นนั้น
ระหว่างทางก็เก็บบรรยากาศไปด้วยเช่นเคย
โดยส่วนตัวแล้วเราชอบเดินไปเรื่อย ๆ นะ บางทีก็เข้าซอยนั้นออกซอยนี้ ทำให้ได้เห็นอะไรแตกต่างไปสิ่งที่เห็นประจำ
ตั้งใจว่าวันไหนอากาศดีดี จะหาโอกาสเดินเล่นชมเมืองไปเรื่อย ๆ
ไม่เร่งรีบ ไม่รีบร้อน ไปเรื่อยเรื่อย เหนื่อยก็พัก



ตามกันไปเลยดีกว่าค่ะ

Welcome to Paradise
หลังจากเดินมาเรื่อย ๆ ก็มาถึงทางเดินริมน้ำ

ผู้คนพากันมาปิคนิค บ้างก็นอนอาบแดด บ้างก็เดินเล่น
มีเป็นฝูงใหญ่เป็นเจ้าถิ่นรอต้อนรับผู้มาเยือน
มาถึงถิ่นเค้าเนี่ยเราก็ต้องยอมรับกติกา คือต้องมีความสามารถในการหลบอึที่เจ้าบ้านทิ้งไว้เป็นหย่อม ๆ งานนี้เจ้าบ้านไม่รับประกันความปลอดภัยเจ้าค่ะ
หลังจากใช้วิทยายุทธในการหลบอึของเจ้าบ้าน เราก็พากันนั่งพักริมน้ำกันแป๊บนึง



ระหว่างชมบรรยากาศหงส์ขาวเจ้าถิ่นก็แวะมาทักทาย
หงส์ตัวนี้ไม่ชอบขาหมูค่ะ แต่ถูกใจเข้ากับกระโปรงสีลูกกวาดของพี่หนึ่ง
ตอนกริดสะหนานั่งหย่อนขอริมน้ำ เจ้าหงส์ก็แค่มาใกล้ ๆ ละก็ว่ายเฉียด ๆ ผ่านไป
แต่พอพี่หนึ่งนั่งนะ เจ้าหงส์ก็แบบว่าว่ายรี่เข้ามาอย่างเร็วไวหมายจะเขมือบกระโปรงของพี่หนึ่งให้จงได้ เจ้าหงส์คงคิดว่าสีสันน่าหม่ำจริง ๆ คงเป็นอาหารอันโอชะแน่ ๆ
แต่ก็ไม่ได้แอ้มซะหรอก เพราะก่อนเจ้าหงส์จะเขมือบพี่หนึ่งก็หลบได้ทันซะก่อน
เจ้าหงส์ก็เลยอดหม่ำเลยงานนี้ ^^

ระหว่างทางเห็นผู้คนจัดตะกร้ามาปิคนิคกันเยอะแยะเลยเชียว
คุยกันว่าเดี๋ยวเราจัดตะกร้ามาปิคนิคกันบ้างดีกว่าเนอะ
หลังจากนั้นก็ได้เวลาแยกย้ายกัน
บ๊ายบายกันก่อน เดี๋ยวเจอกันใหม่นะคะพี่สาว
ขอบคุณสำหรับวันที่แสนดี๊ดีวันนี้ค่ะ
เจอกันทีไรมันสุขใจจริง ๆ เลยนะคะเนี่ย ^^
