<< August >>

S

M

T

W

T

F

S

27 

28 

29 

30 

31 

6 

8 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

"Short Note แบบยาวยาว"
"เวลาติดปีกซุปเปอร์เทอร์โบ"
"ชามะนาว"
"กริดสะหนา เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด"
"นอนไม่หลับ"
"มากมาย หลายเรื่อง"
"ข้าวจี่ประจำการ"
"ช่วงเวลาดีดีที่กระบี่"
"รายงานการเดินทาง : โหมดเมืองกรุง"
"กลับมาแล้วจ๊ะ"
"พี่ชายที่แสนดี"
"อาดาว@กระบี่"
"ภารกิจเพื่ออ้ายเอ็ม"
"IOM"
"แหวนแทนใจ"
"Real Bangkok"
"นัดพิเศษ"
"ศาลายา"
"พฤหัสบดีและศุกร์"
"กริ๊สซ่าส์@BKK"
" Bye Bye my June"
"Lost in space"
"มาตามนัด"
"ถูกขอแต่งงานด้วยล่ะวันนี้"
"ไม่อ้วนเอาเท่าไร~ข้าวเหนียวทุเรียนที่รัก"
"iPod nano"
"ปล่อยใจสบายสบาย"
"อะไรอยู่บนโต๊ะ"






 

รายงานการเดินทาง ^^

มาเมืองกรุงหนนี้ เรียกว่าครบรสจริง ๆ

จริง ๆ กำหนดการก็ 3-11 กรกฎาคม ล่ะ

ไปไปมามา ต่อวันเดินทางออกไปอีกสัปดาห์นึง

เป็น 3-18 กรกฎาคม สิริรวมแล้ว 15 วันไม่ขาดไม่เกิน

^^


"โหมดเมืองกรุง"

~ออกเดินทาง (พฤหัสบดีที่ 3 )

กำหนดการเดินทางตอนแรกคือช่วงเช้า แต่ไปไปมามาเปลี่ยนแผนนิดหน่อย กว่าจะได้ออกก็เกือบเย็นเลย เราเนี่ยเตรียมพร้อมตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ รอสารถีคือน้องดำเคลียร์งานก่อน

ผู้ร่วมเดินทางมีเรา พี่แว่นติดรถไปลงปทุมด้วย ละก็ดำสารถีตลอดรายการ ออกรถไปรอบแรกใช้รถตู้เล็ก แต่สารถีสัมผัสได้ถึงความไม่น่าไว้วางใจ ก็เลยเปลี่ยนเอารถพี่แฟรงค์ไป รถพี่แฟรงค์จอดไว้เฉย ๆ เลยอยากให้เอาไปขับทางไกล พี่เสนอ น้องสนอง ^^

แวะไปเอาของชำร่วยงานแต่งดำ แถว ๆ สนามกอล์ฟ อืมเค้าทำแพ็คเก็จให้โอเคเลยเชียว หลังจากนี้ก็พร้อมออกเดินทางกันจริง ๆ แล้ว

ช่วงแรกเรางีบไปแป๊บนึง หลับจากลำปางถึงเถิน ถ้าผ่านเถินไปได้เนี่ยเรียกว่าโอเคล่ะ เพราะเส้นทางยาวไกลมาก ที่เถินเติมพลังก๋วยเตี๋ยวกันคนละชาม

หลังจากนั้นก็เดินทางต่อ คุยกันไปเรื่อย ๆ ตลอดทาง แวะซื้ออะไรหม่ำ ๆ กันที่ตาก แล้วก็เดินทางต่อยาวเลย ตอนแรกว่าจะแวะหม่ำราดหน้าเจ้าอร่อยที่นครสวรรค์ แต่ดึกแล้วอะไปต่อกันเลย หนนี้ดำใช้เส้นทางชัยนาท-สุพรรณล่ะ เพราะบ้านกอล์ฟอยู่แถวบางใหญ่ นนทบุรี

แวะส่งพี่แว่นที่ปทุม ก็เดินทางกันต่อเพราะดึกมากแล้ว เส้นทางกำลังก่อสร้างด้วย ต้องช่วยกันดูถนนหนทาง สักพักเบอร์ดำโทรเข้าเครื่องเรา ถามดำว่าโทรหาพี่ทำไม ดำบอกเฮ๊ย โทรศัพท์อยู่ที่พี่แว่น เป็นอันว่าสองพี่น้องต้องย้อนกลับไปบ้านพี่แว่นกันใหม่ อ้อมกันน่าดูเพราะทางกำลังก่อสร้าง ได้โทรศัพท์แล้วก็เดินทางกันต่อ เห็นป้ายละก็ใจชื้นใกล้แล้ว ใกล้แล้ว แต่นะ ไม่วนไปวนมาก็ไม่ใช่เราสิคะ ดำเข้าช่องผิดขึ้นสะพานกลับรถ โอ้แม่เจ้า วนไปใหม่บางบัวทอง สุพรรณบุรี โอ้โน เราจะไปบางใหญ่ ไม่ใช่บางบัวทอง ดำเนี่ยไม่เชื่อเนวิเกเตอร์อย่างเจ๊เล๊ย ได้กลับรถวนสมใจละก็แบบว่าไปกันต่อ

ดำเริ่มคุ้นเคยเส้นทางละ อืม ๆๆๆ แวะกินก๋วยเตี๋ยวกันหน้าปากซอยก่อนเข้าบ้าน หม่ำ ๆ กันเสร็จก็ไปต่อกันเลย ถึงบ้านกอล์ฟเที่ยงคืนกว่า ๆ ล่ะ สวัสดีทักทายพ่อแม่กอล์ฟ คุยกับกอล์ฟนิดหน่อยก็อาบน้ำอาบท่าหลับปุ๋ยเลยเรา


~เซนทรัล ปิ่นเกล้า (ศุกร์ที่ 4)

หลังจากที่พักผ่อนกันอย่างเต็มอิ่ม สองพี่น้องก็เริ่มหิวล่ะ ถามดำว่าที่หม่ำ ๆ ใกล้ที่สุดคือที่ไหน ดำบอกว่าเซนทรัลปิ่น (โอ้วถิ่นพี่แมวเหมียวนั่นเอง)

นั่งไปในรถ หันไปถามดำ โหย โหย เนี่ยใกล้ที่สุดแล้วเหรอจ๊ะ ใกล้มากกกกกกกกกก (ประชดสุด ๆ )

จอดรถกันฝั่งเมเจอร์ หาที่กดตังค์แล้วก็ลุยกันเลย ไม่รู้จะกินอะไรกันดี มีให้เลือกเยอะเกินล่ะ ลงตัวที่บาร์บีคิวพลาซ่า กินกันไปคุยกันไป ใช้เวลาหม่ำกันนานมาก ^^

หม่ำ ๆ เสร็จก็เดินย่อยอาหารกันนิดหน่อย เดินไปเรื่อย ๆ ล่ะ เพราะไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ด้วยความที่ไม่คุ้นเคย ถ้าพี่แมวอยู่แถวนี้นะ ต้องได้รับโทรศัพท์ถามข้อมูลแน่ ๆ ^^

ออกจากเซนปิ่นก็กลับเข้าบ้านกันเลยไม่ไปไหนต่อละ แวะเติมน้ำมันนิดหน่อย น้ำมันราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ เลยเชียวนะเนี่ย

กว่ากอล์ฟจะกลับมาถึงบ้านก็ค่ำเชียวล่ะ ออกบ้านไปตั้งแต่ตะเช้าเล๊ย

เม้าท์ เม้าท์ เม้าท์ ได้เวลาก็แยกย้ายกันเข้านอน


~ศาลายา (เสาร์ที่ 5)

วันนี้กอล์ฟมีนัดกับเพื่อนสนิทที่ศาลายา จากบ้านกอล์ฟไปแป๊บเดียวเองล่ะ

ก่อนออกเดินทางหม่ำ ๆ เติมพลังก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ้าอร่อยกันก่อน ได้ยินเค้าว่าซื้ออะหลั่ย อะหลั่ย เราก็งง นึกว่ามาซื้ออะหลั่ยอะไรกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด ที่แท้พวกปาก ตีน ตับ ไต หัวใจ เลือดเนี่ยเค้าเรียกว่าอะหลั่ยล่ะ ถึงบางอ้อตอนไปดูเค้าตักใส่ถุงเนี่ยแหละ

ได้เวลาก็ออกเดินทางไปศาลายากัน แวะรับเพื่อนกอล์ฟหน้าม.มหิดล

รับเพื่อนกอล์ฟเสร็จก็ไปจ่ายตลาดกัน ผ่านร้านขายข้าวเหนียวหมูทอด เค้าทักเราเป็นคำเมืองเลย แต่อีกสามคนที่เหลือไม่ยักกะทักเป็นคำเมืองแฮะ หน้าเราเนี่ยบ่งบอกขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย ^^ ก็เลยตอบเป็นคำเมืองไปล่ะ ว่าบ่อเอาเตื้อเจ้า (ยังไม่เอาจ๊ะ) เค้าก็ยิ้ม ๆ ล่ะ ได้คุยกันนิดหน่อย

วันนี้แม่เพื่อนกอล์ฟจะทำเมี่ยงปลาให้หม่ำล่ะ อืมเราไม่เคยหม่ำ แต่เห็นส่วนประกอบแล้วก็พอดำออกล่ะ ซื้อของเสร็จก็ไปรับแม่เพื่อนกอล์ฟที่โรงพยาบาล เห็นว่าหลานเป็นไข้เลือดออก

กลับมาถึงบ้านกอล์ฟ ดำและอ้อยก็ไปซื้อส้มตำกัน ส่วนเราก็ล้างผักอยู่บ้าน จัดเรียงอย่างสวยงาม งานถนัดของเราอยู่แล้วเนี่ย

ส้มตำมา อาหารก็เสร็จพอดี เริ่มหม่ำ ๆ กัน อ้อยสาธิตก่อน เราก็ลุยตามเลย อร่อยมาก ๆ เลยล่ะเมนูนี้ ส่วนส้มตำเนี่ยก็มีตำหอยดองด้วยล่ะ อร่อย ๆ กินกันไปเม้าท์กันไปเอร็ดอร่อยมาก

ที่บ้านเพื่อนกอล์ฟ แม่รับเลี้ยงเด็กฝาแฝดด้วยล่ะ รับมาคนนึงเพราะดูสองคนไม่ไหว

ชื่อนึดนึง ฝาแฝดชื่อนิดเดียว แม่เค้าชื่อนิดหน่อย น่ารักดีเนอะ

ได้เวลาแล้วก็บ๊ายบายกันก่อน แวะไปหาเพื่อนกอล์ฟอีกคนแถว ๆ บางขุนศรี (รึเปล่าน๊อ น่าจะใช่ ฮี่ฮี่)

ได้เสื้อผ้าถูกใจหลายชุดเลยล่ะเรา กระเป๋าเบาเลย ^^ แต่ถ้าซื้อเชียงใหม่เนี่ยราคาประมาณสามเท่าเห็นจะได้ พักหลังไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่เลยนี่นาเรา เอาหน่อยเนาะ ^^

ได้เสื้อผ้าแล้วก็กลับบ้านกอล์ฟกันเลย แบงค์แวะมาหา หลังจากทำงานก็เดินทางตลอดไม่ได้เจอกันเลย ก็เลยมาเจอกันที่บ้านกอล์ฟ


~นัดพิเศษ (อาทิตย์ที่ 6)

ดีใจ๋จ๊าดนักเน่อเจ้าตี้ได้ปะกั๋น ^^


หลังจากแยกย้ายเราก็เดินเล่นแถวอนุสาวรีย์แป๊บนึง

โทรถามกอล์ฟเรื่องสายรถเมล์ ได้ข้อมูลแล้วก็ไปรอรถเมล์ ณ พิกัดที่กอล์ฟบอก

128 ต้นสายไม่ต้องยืนล่ะ นั่งสบาย ๆ ไปลงหน้าเซนปิ่น แล้วก็รอต่อไปบางใหญ่อีกรอบ

ระหว่างอยู่บนรถ กอล์ฟบอกว่ารอหน้าเซนปิ่นเดี๋ยวจะแวะมารับเพราะเสร็จธุระพอดี

แวะเจอแบงค์ละก็พ่อแม่กอล์ฟที่ร้านกินข้าวเลย กินกันไปคุยกันไป เสร็จแล้วก็ยกพลไปแจกการ์ดก่อน กว่าจะเข้าบ้านก็ดึกเลยล่ะ


~Real Bangkok (จันทร์ที่ 7)

วันนี้ได้สัมผัสวิถีชีวิตคนเมือง

ตื่นตี 4 อาบน้ำอาบท่า แต่งตัวพร้อมออกจากบ้านตอนตี 5

พ่อแม่กอล์ฟแวะส่งขึ้นรถเมล์ ขึ้นตรงต้นสายก็เลยมีที่นั่งล่ะ นั่งไปสักพักคนแน่นเอี๊ยดเลย ทั้งโหน ทั้งเบียด กอล์ฟหลับปุ๋ย เราก็เก็บบรรยากาศไปพลาง ๆ

กอล์ฟเนี่ยสามารถจริง ๆ ตื่นปุ๊บบอกเราว่าป๊ะลงได้ ขึ้นบ่อย ๆ ก็คงจะชินเนอะ เราเนี่ยหลับไม่ได้เลยกลัวเลยทาง แต่ถ้าขึ้นทุกวันเป็นกิจวัตรก็คงสามารถหลับปุ๋ยได้อย่างกอล์ฟละนะ

กอล์ฟเข้าไปที่ทำงาน ส่วนเราก็ลงรถใต้ดินไปเลย นัดเจอกันอีกทีตอนเย็น สถานีรถใต้ตินบางซื่อเนี่ยเดินยาวมาก ๆ กว่าจะได้ขึ้นรถ เราขึ้นไปสถานีจตุจักร ไปต่อ BTS ซื้อตั๋ววันเลยวันนี้ ช่วงที่เราไปเนี่ยช่วงเวลาเร่งด่วนเลย แบบว่าทุกคนต่างเร่งรีบมาก ยิ่งตรงสถานีสยามนะแบบว่าโหยคนแย่งกันขึ้นรถไฟฟ้ากันมาก แบบว่าชั้นต้องไปเที่ยวนี้ให้ได้อะไรอย่างนี้เลย เราไม่รีบไง ไม่สามารถเบียดได้ก็นั่งรอเค้าไปกันก่อน เราเลยไปสถานีสนามกีฬาฯ ละก็ย้อนมาประมาณว่าเวลาเยอะมากไง มาถึงสยามคนก็ยังคึกคักเหมือนเดิม

เราโทรไปจองคิว ปรากฎว่าคิวเต็มได้คิววันพุธ โอ๊ะโอ วันพุธก็วันพุธ ไม่เป็นไร เดี๋ยวสำรวจพิกัดตึกก่อน ปรากฎว่าข้อมูลที่บอกในโทรศัพท์นะไม่ใช่เลย ต้องออกทางออกนี้ตะหาก คราวก่อนเรามาเรียนเย็บตุ๊กตาหมีไงก็เลยพอรู้พิกัดหนทางแถวนี้บ้าง ไว้เดี๋ยวจะได้ไปเผยแพร่ข้อมูลให้พี่ชาญกับน้องดาต่อ

แวะเติมพลังละก็เขียนบันทึกนิดหน่อย ได้เวลาแล้วก็ไปแถวพารากอน ลงรถไฟฟ้ามาก็แบบว่าได้ยินเสียงโหวกเหวกดังลั่นเลย มองไปที่ถนนด้านล่างคนเต็มเลย ที่แท้ก็มีม็อบนี่เองล่ะ คนดูอยู่บนสถานีรถไฟฟ้าเต็มหมดเลยทั้งไทยทั้งเทศ ก่อนเราเข้าห้างเนี่ยม็อบอยู่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติล่ะ

เราเดินดูในพารากอนไปตามประสา เค้ามีโชว์งานศิลปะล่ะ แบบว่าดูเพลินเลยเชียว ศิลปินแต่ละคนก็มีรูปแบบการนำเสนอแตกต่างกันไป ต้องค่อย ๆ มองไปละก็คิดตามไป

แวะร้านหนังสือ Kinokuniya ได้หนังสือให้เด็ก ๆ ใช้เวลาที่ร้านหนังสือนานพอควรเลยล่ะ หนังสือมีให้เลือกมากมายหลายหลากเลยให้อยู่ทั้งวันก็สามารถนะเนี่ย ^^

ออกจากร้านหนังสือก็จะไปเซนทรัลเวิร์ลต่อ ปรากฎว่าม็อบเคลื่อนพลมาที่หน้าพารากอนเลย ร้องเพลงปลุกใจกันหลายเพลงเลยล่ะ ได้สัมผัสวันนี้ทำให้เรารู้เลยว่าคำที่เค้าว่าการมีอารมณ์ร่วมมันเป็นยังไง เรามองแล้วคิดอะไรได้หลายอย่างเลยล่ะ สักพักม็อบก็แยกย้าย ได้ยินเค้าว่านัดรวมพลกันอีกทีตอนเย็น ซึ่งวันนี้มีประกาศผลมรดกโลก เขาพระวิหารล่ะ หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันอย่างรวดเร็ว แบบว่าเร็วมาก ๆ เลย

วันนี้มาแถวสยามไม่ได้เห็นบรรยากาศรถติดที่คุ้นตา แต่เห็นภาพอีกบรรยากาศ อืม อืม อืม

เราไปเซนทรัลเวิร์ล Sky Walk ปิดล่ะ เค้าคงกลัวล่ะ เพราะด้านบนเนี่ยมันผ่านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยไง เราก็เลยเดินลงไปข้างล่าง ได้ยินผู้คนคุยกันมากมาย แบบว่าอะนะ อย่างนี้ละมั๊งที่เค้าเรียกว่ามองต่างมุม

ไปเซนทรัลเวิร์ล มุ่งตรงไปหาเสื้อให้ข้าวจี่ก่อนเลย ตั้งใจไว้แล้วนี่นา ได้เสื้อโค้ทให้ข้าวจี่กับกระเป๋าล่ะ น่ารักดี หลังจากนี้คงไม่ได้ซื้อแล้ว

แวะหม่ำที่ศูนย์อาหาร คุยโทรศัพท์กับแม่ แม่บอกว่าป้ามาลีกับครอบครัวพี่เอ๋จะมาเชียงใหม่อาทิตย์หน้า ว๊า เราไม่อยู่เชียงใหม่ด้วยสิเนี่ย เลยโทรหาป้าได้เบอร์พี่เอ๋มา พี่เอ๋ไปพัทยา อาจจะนัดเจอกันแถว ๆ สยามเนี่ยแหละ ไว้เดี๋ยวโทรหากันอีกที ป้าจะไปอยู่กับพี่เอ๋สามเดือนล่ะ ไว้ค่อยไปเจอป้าที่ออสเตรียละกัน

โทรอ้ายเอ็ม โทรหาพี่แมะเรื่องส่งเอกสาร มีอะไรที่ต้องจัดการเยอะเลย แต่ก็ผ่านไปด้วยดี

ออกไปไหว้พระ สักพักฝนก็ตกลงมาล่ะ นั่งมองสายฝนตรงลานหน้าเซนทรัลเวิร์ลนั่นแหละ มองสายฝนเนี่ยก็เพลินดีนะ นั่งตรงหน้าห้างเลย นั่งกับพื้นเลย สบาย ๆ ล่ะ พอเรานั่งเดี๋ยวสักพักคนก็เริ่มนั่งตามกันหลายคนเลย ก็ฝนตกนี่หน่า ไปไหนไม่ได้อยู่ดี

พอฝนซาเราก็ออกเดินทางต่อ แวะบิ๊กซีละก็เลยไปเกษร

เห็นคอลเลคชั่นใหม่ LV ล่ะ อืม อืม อืม Designer เนี่ยมีแนวคิดหลากหลายจริง ๆ ที่ร้าน LV แบบว่าทำให้เรารู้สึกบางอย่าง ภาพลักษณ์ภายนอกเนี่ยทำให้เราถูกประเมินยังไงก็ได้จริง ๆ

ได้มีโอกาสไปไหว้พระลักษมีที่ดาดฟ้าตึกด้วย องค์สวยมากเลย ออกจากเกษรก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปต่อรถใต้ดิน ถึงที่ทำงานกอล์ฟตามเวลานัดหมายพอดี วันนี้เราจัดสรรเวลาได้ดีมากเลย ^^

กอล์ฟติดรถพี่ที่ทำงานไปรอรถเมล์ด้วย กอล์ฟบอกว่าถ้านั่งมาจากบริษัทเนี่ยจะติดแหงกมาก


~128 ซิ่งกว่านี้มีอีกมั๊ย

รอรถเมล์สาย 128 แบบว่าคนแน่นมาก พอขึ้นไปแล้วเนี่ยแบบว่าต้องพยายามทรงตัวละก็หาพิกัดยึดมั่น เพราะแบบว่าคนขับซิ่งมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แบบว่าขับแข่งกับคันหลังล่ะ โหยสยองมาก ชีวิตเราต้องมาฝากไว้ที่เค้าเหรอเนี่ย ซิ่งซิ่ง เบียดเบียด ช่องเล็กช่องน้อยก็แบบว่าจะไป แบบว่าบางป้ายไม่จอดด้วยนะ คนจะลงก็ลงไม่ได้ แข่งกันแย่งคนล่ะ คนขับกับกระเป๋ารถเมล์เนี่ยเข้ากั๊นเข้ากัน แบบว่าตะโกนขึ้นเร๊ว ลงเร็ว ๆ โหย ๆๆๆ จะให้หายแว๊บขึ้นรถลงรถกันรึไงนะ

สยองจริง ๆ 128 128 เมื่อวานเรานั่งนะไม่ใช่แบบนี้เล๊ยดีมาก ๆ เจอแบบนี้แล้วแบบว่า จะขึ้นรถเมล์เนี่ยก็ต้องแบบว่าเตรียมใจล่ะ เราจะได้คนขับแบบไหนน๊ออะไรประมาณนี้ด้วยเหรอเนี่ย

เราลงกันตรงตลิ่งชัน โหยรีบเร่งมาก กริดสะหนาแจ๊คพ๊อต ตกรถเมล์ล่ะ โหย มันกระแทก ลงไปเต็ม ๆ เลย กับพื้นถนน ละก็ศอกและสีข้างเนี่ยกระแทกกับราวที่จัดตอนลงล่ะ ดีนะหัวไม่ฟาด อารมณ์ตอนนั้นไม่เจ็บนะ แต่ว่าเจ็บใจล่ะ อะไรเนี่ย ถ้าเป็นคนแก่จะทำไงเนี่ย เศร้าจัง นั่งพักกันครู่ใหญ่ ๆ แบบว่าเริ่มเจ็บ ๆ ตึง ๆ รอรถเมล์สายต่อไป นั่งคุยกันกับกอล์ฟถึงประสบการณ์รถเมล์ไปพลาง ๆ เราเนี่ยนับถือสาว ๆ ที่ใส่ส้นสูงขึ้นรถเมล์จริง ๆ เชียวล่ะ

รถเมล์สายที่ต้องการมาก็พากันขึ้นเลย ยืนไปกันจนสุดทางล่ะ คนแน่นมาก ๆ

พ่อกับแม่กอล์ฟมารับตรงปากซอย กลับถึงบ้านเนี่ยอาการปวดก็เพิ่มขึ้นล่ะ นอนเนี่ยปวดเมื่อยไปหมด ดีนะพรุ่งนี้ไม่ต้องไปตะลุยแต่เช้า

วิถีชีวิตเมืองกรุงเนี่ยได้สัมผัสแล้วแบบว่าทำให้เห็นอะไรหลายอย่างเลยล่ะ เรียกว่าได้เห็นได้เรียนรู้เนอะ


~แหวนแทนใจ (อังคารที่ 8)

วันนี้ช่วงเช้าอยู่บ้านล่ะ ปวดเมื่อยไปหมด กลางวันนัดเจอกับกอล์ฟระหว่างทาง ไปหม่ำ ๆ MK กันกอล์ฟเป็นเจ้ามือไม่ยอมให้เราจ่าย เราก็เลยเป็นเจ้ามือไอติมละกัน

หลังจากนั้นก็ไปทำแหวนแต่งงานกันล่ะ ใช้บริการรถใต้ตินกับรถไฟฟ้าเช่นเคยสะดวกดี น้องที่ทำงานกอล์ฟไปส่ง แฟนน้องเค้ามารอรับแล้วก็นั่งรถไปกันต่อแถวเจริญกรุงล่ะ เห็นแบบแหวนหลาย ๆ แบบสวย ๆ ทั้งนั้นเลย เห็นแล้วอย่างแต่งงานมั่งจังล่ะ แค่คิดนะ ฮี่ฮี่ เพราะตอนนี้ยังหาคนร่วมอุดมการณ์ไม่ได้ ^^

ที่สถานีรถไฟฟ้าสยามช่วงเย็นคนเข้าคิวรอขึ้นรถไฟฟ้าด้วยเวิร์กมากเลย เมื่อวานตอนเช้าเนี่ยอีกบรรยากาศนึงล่ะ เห็นแบบนี้แล้วช๊อบชอบ ได้ไปทุกคน First In First Out อยากให้คนรอคิวขึ้นรถเมล์เหมือนที่ฮ่องกงด้วยจัง


~IOM (พุธที่ 9)

วันนี้มีนัดตอนเก้าโมงล่ะ

เราตื่นตีสี่เช่นเคย อาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวพร้อมเดินทาง วันพุธเป็นวันที่กอล์ฟต้องไปเองเพราะพ่อกับแม่ไม่อยู่ ดำออกไปส่งพวกเราที่หน้าปากซอย เวลาดีตีห้าเราไปถึงหน้าปากซอยล่ะ รถเมล์มาเนี่ย เต็มคร๊าบ ตีห้ารถเมล์แน่นเอี๊ยด งานนี้เรากับกอล์ฟก็ยืนประจำการช่วงใหญ่ ๆ เลยล่ะ ลงรถเมล์ต่ออีกสายคราวนี้ได้นั่งแป๊บนึง พอถึงแถว ๆ เตาปูนก็เดินยืดเส้นยืดสายกันหน่อย เดิน เดิน เดิน ไม่ใกล้เลยนะเนี่ย ^^ แต่ก็เดินได้เรื่อย ๆ ล่ะ อยู่กรุงเทพเนี่ยเราเดินเยอะมากกกกกกกกกกก

ไปถึงที่ทำงานกอล์ฟก็ 7 โมง เช้ามากเลยวันนี้ เราไปต่อเลย ใช้บริการรถใต้ดินเช่นเคย แบบว่าวันนี้คล่องละ เช้านี้เรามาเร็วที่สถานีสยามคนยังไม่เยอะ เราไปถึงที่หมายเนี่ยภายในเวลาอันรวดเร็ว เรามีนัดตอน 9 โมงเช้า ไม่คุ้นที่คุ้นทางเนี่ยต้องเผื่อเวลาไว้ก่อน ไปเร็วดีกว่าไปสายล่ะ ใช้บริการที่แมคโดนัลด์ ได้ไก่ทอดกับไมโลล่ะ กินไก่ทอดตามข้าวมันปิ้งเมื่อตะเช้า ^^

ระหว่างรอก็จดบันทึกไปตามประสา ตรวจดูความเรียบร้อยของเอกสาร เอกสารพร้อม คนก็พร้อมตอนนี้ก็รอเวลาล่ะ

ใกล้ 9 โมงเราก็ออกเดินทางไปฝั่งตรงข้าม ^^ ขึ้นไปถึงคนมารอเยอะเลย นั่งรอสักแป๊บก็ถึงคิวเรา พนักงานก็สอบถามข้อมูลให้อ่านทำความเข้าใจละก็เซนต์ชื่น เสร็จเรียบร้อยก็ไปจ่ายตังค์ เราเลือกโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ล่ะ มีให้เลือกสองโรงพยาบาล อีกโรงพยาบาลหนึ่งก็คือพญาไท 2 เลือกตามที่น้องก้อยแนะนำล่ะ ไม่รู้จักพิกัดทั้งสองโรงพยาบาลล่ะ  ฮี่ฮี่ หาข้อมูลในเน็ตแล้วบำรุงราษฎร์เนี่ยมีรถชัทเทิ้ลบริการที่สถานีรถไฟฟ้านานา อืมตามข้อมูล เราลงสถานีนานา แต่หาที่จอดรถชัทเทิ้ลไม่เจอ ไม่เป็นไรเดิน เดิน เดิน เดินย้อนไปเพราะเป็นซอย 9 แต่โรงพยาบาลอยู่ซอย 3 อืมไม่กี่ซอยเลยนะ แต่ซอยเนี่ยดันมีทับซะอีก เจอทางแยกใหญ่ด้วย โอ้ไปทางไหนล่ะเนี่ย ถามเลยดีกว่า เจอพี่สาวใจดีบอกว่าเดินตามกันมาเลยพี่จะไปทางนั้นเหมือนกัน เห็นร้านพิซซ่าอ๋อเลย เพราะพี่เค้าทำงานที่ร้านพิซซ่า แล้วก็บอกรายละเอียดให้เราขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปต่อ เรานึกว่าจะถึงเลยนะเนี่ย นั่งมอเตอร์ไซค์ไปจึ๋งนึง

ไปถึงโรงพยาบาล โอ้แม่เจ้านี่มันโรงแรมหรือโรงพยาบาลกันแน่ บรรยากาศโรงแรมมาก มีพนักงานรอบริการกระจายทุกจุดเลย เราขึ้นไปชั้นบนหาห้องน้ำก่อน โหมีร้านอาหาร มีแมคโดนัลด์ มีสตาร์บัคส์ด้วย แบบว่าครบวงจรเลยใช่มั๊ยเนี่ย รู้พิกัดแล้วก็ขึ้นไปชั้นบน กรอกข้อมูลก่อน X-Ray แบบว่าทันสมัยจริง ๆ เลยล่ะ ได้บัตรเสร็จแล้วก็ไปห้อง X-Ray เลย รอแป๊บก็ถึงคิวละ ตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า ต๊กกะใจมีผู้ชายเข้ามาในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย ดีนะเราเปลี่ยนเสร็จแล้ว แปลว่าเค้ามาตามหาภรรยาล่ะ ภรรยาเค้าดันเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องผู้ชายซะงั้น

ได้เวลาตรวจแล้ว รอบแรกหายใจไม่ได้จังหวะ X-Ray ไม่ติดล่ะ ต้องถ่ายอีกรอบ ควบคุมการหายใจ โอเคแล้วรอบนี้ พนักงานบอกว่ารอหมอวินิจฉัย 10 นาที ยังไม่ต้องไปเปลี่ยนเสื้อ เผื่อได้ถ่ายใหม่ แต่ไม่ได้ถ่ายใหม่ล่ะ เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย คราวนี้ก็ไปเซนต์เอกสารล่ะ ละก็รอฟิล์มเพื่อเอากลับไปที่สำนักงาน IOM

ระหว่างรอเอกสารเราอยู่ตรงกลางระหว่างสองวัฒนธรรม มุมหนึ่งเปิดเผยมากคิสกันแบบว่าดูดดื่มตรงหน้าเคาน์เตอร์นั่นเลย ตรงหน้าเคาน์เตอร์ก็คือหน้าเรานั่นเอง อีกมุมหนึ่งหญิงสาวคลุมหน้ามิดชิดเห็นแต่ดวงตากลมโต เห็นแล้วแบบว่าโลกเราเนี่ยมีอะไรให้ศึกษาค้นหาอีกเยอะเลย

เซนต์ชื่อเสร็จก็รอรับฟิล์ม น้องที่ห้องตรวจบอกว่าประมาณชั่วโมง เราก็ลงไปชั้นล่างหาพิกัดเหมาะเหม๋งนั่งรอเวลา ยังไม่ทันจะนั่งเลย เค้าก็โทรมาบอกว่าให้มารับผลได้ ไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำนะเนี่ย ได้ฟิล์มแล้วก็ไปต่อเลย

ตอนแรกจะนั่งรถชัทเทิ้ลแต่ว่าไม่เอาดีกว่า ใช้บริการมอเตอร์ไซค์ไปปากซอย ขากลับเดินไปขึ้นสถานีเพลินจิต ลงเพลินจิตใกล้กว่านะ เดินนิดเดียวเอง แต่แบบว่าตอนรอข้ามถนนเนี่ยสิยากมาก เรายิ่งแบบว่าเจอประสบการณ์ฝังใจตอนข้ามถนนซะด้วย ต้องเล็งซ้าย เล็งขวาดีดี ถนนกรุงเทพเนี่ยยิ่งแบบว่ามีการแบ่งเลนส์ที่เราไม่รู้ด้วย

ระหว่างเดินทางไปสำนักงาน IOM เราก็คิดไปสะระตะ เอผลตรวจจะเป็นไรมั๊ยน๊า แม้ว่าเราจะไม่อยู่ในภาวะเสี่ยงแต่ก็ขอให้ผ่านไว้ก่อนล่ะ ถ้าไม่ผ่านนะเราต้องอยู่กรุงเทพต่อ คือต้องเว้นไปสามวันถึงจะตรวจใหม่ได้ ละก็ต้องเก็บเสมหะ สามวันติดต่อกัน เรานะแบบว่าเพี๊ยง ๆ ผ่านเหอะ ผ่านเหอะ  เพราะเรามีโปรแกรมจะไปกระบี่ ถ้าวันนี้ผลออกถึงจะรู้ได้ว่าจะได้ไปกระบี่หรือว่ายังไงต่อ

ไปถึง IOM ก็ใกล้เที่ยง ฝากฟิล์มละก็รับบัตรคิวไว้ก่อน หาอะไรหม่ำ ๆ รอเวลาก่อน เราเลือก KFC เพราะว่านั่งนานได้ จริง ๆ ก็มีร้านกับข้าวให้เลือกหม่ำนะ แต่วันนี้ลงตัว KFC ละกันเพราะเราต้องอยู่เป็นชั่วโมง จะไปเดินเล่นซอยละลายทรัพย์ก็กลัวทรัพย์ละลาย อิอิ ไม่น่อ เรียกว่าขี้เกียจน่าจะถูกกว่า ไม่รู้จะซื้ออะไรด้วยล่ะ

ได้เวลาใกล้บ่ายโมงเราก็ขึ้นไปเลย คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มีคนจะไปอยู่อังกฤษนานเกินหกเดือนเยอะมาก ๆ เลยนะเนี่ย พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าวันนี้คนน้อยนะคะ ทุกทีวันละ 70 คน โหย โหย โหย โชคดีนะเนี่ยเราได้วันนี้ เราได้ข้อมูลเพื่อเอาไปบอกต่อได้ว่า สามารถนัดล่วงหน้าได้เป็นเดือนเลย ถ้าวางแผนมาเมื่อไหร่ก็จองวันได้เลย เราไม่รู้เลยล่ะ แต่ได้มาดำเนินการติดต่อเองก็ทำให้รู้ข้อมูลไปบอกต่อคนอื่นได้ ดีน๊าที่เราเผื่อเวลามาหลายวัน

ระหว่างรอก่อนจะถึงคิวเราซึ่งเป็นคิวต้น ๆ นานมากเลยล่ะ คนก่อนหน้าเราถูกเรียกเข้าไปในห้องด้วย พอถึงตาเรียกชื่อกริดสะหนาเนี่ยลุ้นพอประมาณ เจ้าหน้าที่คือคนที่สัมภาษณ์เราเมื่อเช้านี่เอง เจ้าหน้าที่บอกว่า คุณกริดสะหนา ยินดีด้วยค่ะ ผลการตรวจของคุณปกติ

เย้ เย้ เย้ในใจ เซนต์เอกสารเสร็จก็ออกไปข้างนอกเลย เข้าไปในลิฟท์ อยู่คนเดียวก็แบบว่า ดีใจเพิ่มขึ้นอีกหน่อย เย้ เย้ เย้ วันนี้ดูตั๋วไปกระบี่ได้แล้ว

ลงมาเสร็จก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่เอ๋ว่าตอนนี้อยู่กรุงเทพ เป็นอันว่านัดเจอกันที่มาบุญครองล่ะ เจอกันสักหน่อยเพราะพี่เอ๋จะขึ้นเชียงใหม่ แต่เราจะไปกระบี่ ป้าจะไปอยู่กับพี่เอ๋ที่ออสเตรียสามเดือน ไม่ได้เจอป้าล่ะหนนี้ พี่เอ๋ว่าให้น้องดาวไปเจอป้าที่โน่นละกัน

เราก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปมาบุญครองเลย อืม คนเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ทั้งคนขาย ทั้งคนซื้อ ช่วงนี้ชาวตะวันออกกลางเยอะมาก เอ เป็นช่วงพักประมาณปิดเทอมบ้านเค้ารึเปล่าน๊อ

เดินเล่นสักพักพี่เอ๋ก็โทรเข้ามาไปเจอกันที่ฝั่งโตคิว  เจอพี่เอ๋ อีเวิร์ดละก็เจนนี่ อีเวิร์ดคล่องมาบุญครองมาก เราเนี่ยไม่เล๊ย พี่เอ๋ตัดผมทรงใหม่ อีเวิร์ดก็แนวเดิม เจนนี่โตขึ้นเยอะเลย พูดไทยคล่องมาก สำเนียงเมืองกาญจน์เลย นู๊ อย่างนั้น นู๊ อย่างนี้ คุยกับพี่เอ๋เนี่ยก็ภาษาไทย คุยกับพ่อเนี่ยก็เยอรมัน กับน้าดาวก็ภาษาไทยละก็อังกฤษ

ได้คุยกับแป๊บนึง ดีใจดีใจที่ได้เจอกันล่ะ เดี๋ยวหนนี้จะบุกถึงถิ่นเล๊ย ได้เวลาก็แยกย้าย บ๊ายบายกันก่อนไว้ไปเจอกันที่โน่นจ๊ะ

มีนัดกับเกตตอนเย็นล่ะ เกตเลิกงานห้าโมงครึ่ง เราเนี่ยก็นั่งเล่นดูบรรยากาศหน้าพารากอนล่ะ เค้ามีแสดงนิทรรศการศิลปะ คนให้ความสนใจกันเยอะเชียว มองดูผู้คนก็เพลินไปอีกแบบ เราเนี่ยสามารถนั่งนิ่ง ๆ ได้นาน ๆ เชียวล่ะ

มองไปอีกทางรอเกตมา แต่เกตดันจ๊ะเอ๋มาอีกทาง หนุ่มฝรั่งที่นั่งข้าง ๆ เนี่ยต๊กกะใจไปด้วยเลย คงแบบว่าแหม ๆ นั่งนิ่งเงียบอยู่ตั้งนาน พอเพื่อนมาเนี่ยเม้าท์กระจายมากเลยนะเธออะไรประมาณนั้นเลย ฮ่าฮ่าฮ่า

เม้าท์ เม้าท์ กันหลายเรื่องราว ไม่ได้เจอเกตนานเลยนะเนี่ย ตั้งแต่มาทำงานเมืองกรุงก็เจอกันตอนโน้นแล้ว นานมาก เม้าท์กระจายประสาสาว ๆ เม้าท์กันได้ที่ก็ไปหาอะไรกัน ลงตัวที่ศูนย์อาหารล่ะ งานนี้ไม่เน้นหม่ำ เราเน้นเม้าท์ค่ะ

ค่ำแล้วได้เวลาแยกย้าย บ๊ายบายกันก่อนไว้เจอกันใหม่ เราก็กลับเส้นทางเดิม ไปสถานีหมอชิต ต่อรถใต้ดินไปบางซื่อ ระหว่างรอรถใต้ดิน รถมีปัญหามาช้านิดหน่อย แต่ก็รอไม่นานมากล่ะ ขึ้นจากสถานีรถใต้ดินก็นั่งมอเตอร์ไซค์ไปในบริษัทกอล์ฟ ที่บริษัทกอล์ฟมีปาร์ตี้นิดหน่อย ได้เจอดำ ดำบอกว่าวันนี้รอรถใต้ดินเป็นชั่วโมงเลย แบบว่าจนรอไม่ไหวต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์มาจากหัวลำโพง เราถึงบางอ้อเลย แปลว่าปลาย ๆ ของการรอคอยของดำเนี่ย ก็คือส่วนที่เรารออยู่ พี่ดาวถึงที่หมายไม่มีปัญหารอประมาณห้านาที ส่วนน้องดำ รอเป็นชั่วโมง แบบว่าหัวเราะเยาะเย้ยกันเล็กน้อยตามประสา เห็นว่าดำมาตอนช่วงเร่งด่วน คนเยอะมาก ทุกคนต่างจะไปกันหมด แต่แบบว่าล้นล่ะ รถก็เลยออกไม่ได้  ดำบอกว่าพอคนออกกันไปเยอะ ๆ รถก็ให้บริการต่อได้ล่ะ อืม อืม อืม อดใจรออีกสักหน่อยกัน ก็คงไม่ต้องเสียเวลาเป็นชั่วโมงอย่างนี้

ออกจากที่ทำงานกอล์ฟเราแวะสายใต้ใหม่ ดึกแล้วคนขายตั๋วไม่อยู่แล้ว แต่ได้เบอร์จากประชาสัมพันธ์มาให้อุ่นใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


~ภารกิจเพื่ออ้ายเอ็ม (พฤหัสบดีที่ 11)

วันนี้มีภารกิจสำคัญที่ต้องไปปฏิบัติ ภารกิจนี้ทำให้มีกำหนดการเดินทางไปกระบี่ ด้วยเพราะถ้าอ้ายเอ็มลงมาจัดการเองเนี่ยก็ต้องลงมากรุงเทพ ไหน ๆ เราก็อยู่กรุงเทพแล้วก็จัดการให้เลย ที่สำคัญคือเราก็ได้โอกาสไปเยี่ยมครอบครัวอ้ายเอ็มก่อนเดินทางไกล

อ้ายเอ็มส่งเอกสารมาให้ไปรับปืนที่สั่งไว้ที่กระทรวงมหาดไทย อ้ายเอ็มเตรียมเอกสารพร้อมมาก ด้วยเพราะรับแทนไง ต้องครบถ้วนไว้ก่อน ละก็รับแทนเพื่อนอ้ายเอ็มด้วย

เราเนี่ยยอมรับว่าหวั่นใจไม่ใช่น้อย ด้วยเพราะเราไม่คุ้นเคยกับอาวุธชนิดนี้ ยอมรับว่ากลัวล่ะ ไอ้ปืนเนี่ย แต่นะ เมื่อได้รับภารกิจก็ต้องปฎิบัติการให้ลุล่วง

เช็คเอกสาร เช็คแล้วเช็คอีก เช็คจนแน่ใจว่าครบถ้วน

ตื่นมาตีสี่เช่นเคย อาบน้ำอาบท่าแต่งตัวพร้อมเดินทาง ปรากฎว่าพ่อกอล์ฟต้องไปรับญาติด้วย เราก็เลยจะออกไปพร้อมดำตอนสาย

ฝนตกด้วยล่ะ ได้นอนต่ออีกสามสี่ชั่วโมง ช่วงสาย ๆ ก็ออกเดินทางกัน เอารถจอดไว้ที่บริษัทกอล์ฟ หาอะไรหม่ำ ๆ กันก่อน หม่ำเสร็จเรารอรถเมล์ 125 นานมาก

ดำจอดรถเสร็จกลับมามีการโทรมาเยาะเย้ยพี่ด้วย เพราะดำจะลงไปสถานีรถใต้ดินละไง จะไปซื้อของแถวหัวลำโพง มีการโบกมือบ๊ายบายด้วย เราก็รอร๊อรอ รถเมล์ต่อไป นานมากไม่มาซักกะทีฝนก็ตกด้วยล่ะ ตัดสินใจขึ้นตุ๊กตุ๊กไปละกัน

คราวก่อนที่ทำงานบอมบ์อยู่แถวสวนดุสิต เราไปสวนดุสิตละกัน ไปถึงว๊าไม่ใช่ บอมบ์งานยุ่งด้วยล่ะ ไม่อยากกวน กริดสะหนาสามารถถามทางไปเรื่อย ๆ ล่ะ

ลงตุ๊กตุ๊กพิกัดเยี่ยมมากเป็นร้านถ่ายเอกสารละก็ร้านอินเทอร์เน็ตในตัว จัดการถ่ายเอกสารที่เซนต์ลายเซนต์ไว้เป็นหลักฐานด้วย ละก็เช็คเมล์นิดหน่อย ดีนะระหว่างสัปดาห์ได้อ้อยช่วยเช็คเมล์ให้ บ้านกอล์ฟไม่มีสัญญาณเน็ตเลย ละเราก็ไม่ได้เอาคอมพ์มาด้วย ส่งเมล์จัดการเรื่องเอกสารเรียบร้อย

ได้เวลาออกเดินทางไปกระทรวงมหาดไทย อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ล่ะตอนนี้ ถามพี่แถวนั้นได้สายรถเมล์มาเรียบร้อย ดูเวลา อืมไปแท๊กซี่ดีกว่า ขึ้นแท๊กซี่ก็มุ่งหน้ากระทรวงหมาดไทยโลยเลย แท๊กซี่จอดพิกัดดีมาก เจอป้อมยามแลกบัตร ก็ถามพิกัดอาคารพี่เค้าถามเราเลยว่ามารับปืนเหรอ คงมีคนมาถามบ่อย เดินไปนิดเดียวก็ถึงละ

ไปถึงมีคนรอหลายคนเลย ทุกคนมองเราอย่างแปลกใจ แบบเห็นได้ชัดเลย คงแบบว่าไม่น่าจะมีผู้หญิงสั่งปืนอะไรประมาณนั้น ส่งเอกสารไปก็รอเรียก เราถูกเรียกก่อนใครเลย ทุกคนก็มองอย่างแปลกใจอีก คงประมาณว่า อะไรเนี่ยยัยคนนี้มาทีหลังทำไมได้ก่อน เราเข้าไปในห้องน้องเจ้าหน้าที่ก็แบบว่าคุยกันด้วยนะว่า พี่ข้างนอกคงแปลกใจแน่ ๆ ว่าทำไมพี่คนนี้ได้ก่อนแล้วก็หัวเราะ ^^ เราก็แปลกใจล่ะแต่ก็ไม่ได้ถามต่อ เช็คปืนเสร็จก็ต้องไปที่วังไชยาต่อ โอ๊ะโอ วังไชยาเนี่ยตรงไหนกันเนี่ย น้องเค้าให้แผนที่มา เราเนี่ยไม่รู้ล่ะ ไปทางไหนไม่รู้ยื่นแผนที่ไว้ก่อนละกัน

โบกรถตุ๊กตุ๊ก ตุ๊กตุ๊กดูแผนที่ก็ทำหน้าหงึกหงัก อืมโอเคไปกันเลย เราก็ดูตามแผนที่เอมันน่าจะถึงแล้วนี่นา เห็น ธกส.ละ แต่ไม่มีป้ายเด่นชัดเลย พี่ตุ๊กตุ๊กก็พาไปด้านบ้านพิษณุโลก แบบว่าเค้าคงคิดว่าบรรยากาศมันให้ไงว่าเป็นประมาณวัง เราก็แบบไม่ใช่นะพี่ อันนี้ไม่ใช่ เนี่ยบ้านพิษณุโลก วังไชยาเนี่ยน่าจะผ่านมาแล้ว พี่เค้าก็บอกเราว่ายั๊ง ไม่เห็นจะผ่านวังตรงไหนเลย เจอน้องผู้ชายคนหนึ่งเดินผ่านมาน้องเค้าก็บอกว่ากลับไปทางโน้น พี่ตุ๊กตุ๊กก็ถามน้องเค้าต่อแบบว่าให้แล้วใจ(หายข้องใจ) เอ๋าชื่อวังเนี่ยผ่านมาไม่เห็นจะมี น้องเค้าอธิบายเนี่ยพี่ตุ๊กตุ๊กก็เลยถึงบางอ้อ ย้อนไปอีกหน่อยก็ถึงละ ตรงข้าม ธกส.นั่นแหละ สำนักงานไม่เห็นมีตรงไหนเขียนเลยว่าวังไชยา สมควรล่ะที่พี่ตุ๊กตุ๊กจะเลยไปเช่นนี้ เรียกได้ว่ามาถูกทางล่ะ แต่เลยไปนิ๊ดนึง

ไปถึงสักแป๊บ คนที่รอรับปืนก่อนเราตะกี๊ก็ทยอยกันมาถึง เราก็เขียนเอกสารก่อนเลย ตอนเขียนเอกสารเนี่ยแหละ ทุกคนก็มองใหญ่ เพราะเราพกมาสองกระบอกไง ผู้ชายคนอื่น ๆ ก็คนละกระบอกเท่านั้น คงจะยิ่งแบบว่าโหยคนนี้สองกระบอกเลยเหรอ มีคนเข้ามาถามเราด้วยนะ เราก็ตอบไปเค้าก็ยิ้ม ๆ

ตรวจปืนขึ้นทะเบียนเรียบร้อยเป็นอันเสร็จพิธี

ภารกิจของอ้ายเอ็มเสร็จสิ้นแล้ว แผนการจะไปเดินไหนต่อเนี่ยงดไปเลยเพราะว่าปืนหนักมาก ดีนะกระเป๋าใหญ่แบกได้หมด แต่ก็ต้องเปลี่ยนด้านไปมาหลายรอบเลย

พอมีเวลาเหลือล่ะ โบกตุ๊กตุ๊กไปหาอะไรเย็น ๆ หม่ำที่ร้านมนต์ก่อนดีกว่าไม่ไกลแถวนั้นด้วย ระหว่างนั้นตุ๊กตุ๊กก็พาลัดเลาะไปตามทางที่เค้ารวมพลม็อบกัน อืมได้เห็นบรรยากาศก็วันนี้เอง ทำให้เห็นอะไรหลายอย่าง นักเรียนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน พันธมิตรก็รวมพลกัน ตำรวจก็รวมพลรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น คนขายของก็จัดเตรียมสินค้า ได้เห็นอะไรหลากหลายจริง ๆ ต่างคนต่างหน้าที่ ต่างคนต่างวาระ

ไปถึงร้านมนต์คนเยอะเชียว ขนมเยอะกว่าเชียงใหม่มากเลย เครื่องดื่มก็เยอะกว่าด้วย แต่แบบว่าขนมปังปิ้งเนี่ยสู้ที่เชียงใหม่ไม่ได้นะ นี่เค้าแบบว่าปิ้งไว้ไงคนคงเยอะอ่ะ มันไม่กรอบหอมเหมือนหม่ำที่เชียงใหม่เลย อันนี้ตามที่เราเคยหม่ำอะนะ (เดี๋ยวแวะไปร้านมนต์ เชียงใหม่ ไปคุยกับพี่คนปิ้งขนมปังสักหน่อยดีกว่า) ซื้อไปให้ดำกับกอล์ฟด้วยล่ะ ตอนออกจากร้านมนต์เนี่ยกริดสะหนาแบบว่าหอบหิ้วพะรุงพะรังมาก ไหนจะปืน ไหนจะขนมปัง ไหนจะเครื่องดื่ม ไหนจะร่มอีก รอบนี้โบกแท๊กซี่เลยครับ ไปบริษัทปูนซีเมนต์ไทยโลด

ไปถึงก็ได้เวลากอล์ฟเลิกงานพอดีเลย โป๊ะเชะจริง ๆ พร้อมแล้วเราไปสายใต้ใหม่กันต่อ ทางผ่านกลับบ้านพอดี แวะซื้อตั๋วไปกระบี่ เราเลือกเที่ยวเช้าล่ะ เพราะแบบว่าถนนหนทางไม่คุ้นเคย แถมยังเดินทางคนเดียวด้วย เดินทางกลางวันดีกว่า ได้ตั๋วมาเรียบร้อย ได้เวลาบ๊ายบายเมืองกรุงแล้วนะเนี่ย

กลับถึงบ้านกอล์ฟอาบน้ำอาบท่าเสร็จก็จัดกระเป๋า เราเอากระเป๋าเล็กฝากดำกลับบ้านไปก่อน ส่วนเราเอากระเป๋าที่กอล์ฟให้ลงไปกระบี่ล่ะ กระเป๋าใหญ่เชียว กอล์ฟบอกว่าตอนไปนิวยอร์คกอล์ฟเอากระเป๋ากลับมา 5 ใบ โอ้แม้เจ้า ไม่ใช่ใบเล็ก ๆ เลยนะเนี่ย กอล์ฟสามารถจริง ๆ ขนาดว่าเราใส่ไม่เต็มเนี่ยยกยังแทบไม่ไหว

จัดของเสร็จก็คุยกันเล็กน้อยก่อนบ๊ายบาย ละก็แยกย้ายกันไปนอน


มาเมืองกรุงหนนี้กริดสะหนามีกิจกรรมหลายอย่างมาก ได้สัมผัสแบบว่าครบรสเลยเรา เรียกได้ว่าใช้เวลาคุ้มค่าจริง ๆ

เวลาผ่านไปเร็วมาก ๆ เลยเชียว แป๊บ ๆ แว๊บ ๆ ก็ผ่านไปอาทิตย์นึงละ

สถานีต่อไป กระบี่เจ้า ^^


บ๋ายบายเมืองกรุง ไว้จะมาแอ่วหาใหม่เตื้อหน้าเด้อ

Posted on Mon 21 Jul 2008 0:25
ยาวมากพี่อ่านยังไม่จบ ได้แค่เลยครึ่งทางมาหน่อย เดี๋ยวไว้มาอ่านต่อ
แต่ไปแถบบางขุนศรีมาด้วยเหรอ นั่นน่ะบ้านหนูเลยนะ
ส่วนไอ้รถเมล์ซิ่งๆเนี่ย ต้องลองสาย 56 กับ 40 ด้วยนะ สุดยอด ฮะๆๆ

อ่านมาเนี่ย พี่กินเยอะเหมือนกันนะ ฮะๆๆ เดี๋ยวจะรออ่านจนจบจะกินเยอะแค่ไหน ฮ่าๆๆ
เหมียว   
Mon 21 Jul 2008 15:20 [4]

ไดอารี่ข้าพเจ้าวันนี้ยาวมาก ๆ เล๊ย
จัดระเบียบใหม่ตามวันด้วยละกันเนอะ ^^
dao.diaryclub.com   
Mon 21 Jul 2008 1:01 [3]

อ่านถึงตอนอยู่หน้า ม.มหิดล แล้วนึกถึงที่นั่น
ถ้าแพรอยู่นั่น เราคงได้นัดเจอกันนะคะ :)
phraebear.diaryclub.com   
Sun 20 Jul 2008 21:24 [2]

แวะมาหาดาวก็จะเจอว่าดาวกำลังไปเที่ยวอีกแล้วอ่ะ อ่านแล้วอิจฉาจัง

ต้องห่างไดอารี่ไปเยอะพอสมควรจ้ะ พอเรียนจบกลับมางานก็ล้นตัว...จนชักอยากจะแต่งงานมั่งล่ะ 55 (มันเกี่ยวไหมนั่น :P)

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะจ๊ะ ต้องก็ขอให้ดาวมีความสุขทุกวันเหมือนกันนะจ๊ะ

zosay.diaryclub.com   
Sun 20 Jul 2008 19:20 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง