Untitled Document
 
• "ไดอารี่เฉพาะกิจ การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า" •


วันนี้มาแบบเฉพาะกิจ เฉพาะกิจ

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เพิ่งได้เจอมาหมาด ๆ

เรียกได้ว่าเป็นการเล่าสู่กันฟังละกันเนอะ

จากที่ได้มีโอกาสโพสต์ไปใน FB ปรากฎว่ามีคนเจอประสบการณ์แย่ ๆ มาแชร์กันเยอะเลย มีคนเจอเยอะกว่าเราอีกล่ะ อย่างเราเนี่ยเรียกว่าจิ๊บ ๆ เลย

ตอนแรกสุดก็แค่จะส่งเป็น Feedback ผ่านเว็บการบินไทยไปยังผู้เกี่ยวข้อง

แต่ด้วยความพยายามที่เพียรส่งแล้วส่งอีก กี่รอบ ๆ ก็ไม่สามารถส่งได้ คลิกส่งปุ๊บ  error ปั๊บตลอด ๆ

สาว IT อย่างชั้นก็หาได้ละความพยายามไม่ แต่แม้จะพยายามยังไงก็ไม่สามารถส่งได้เลย งานนี้ก็เลยต้องบันทึกเป็นไฟล์ไว้ก่อน

เว้นจังหวะไปหลายวัน มาลองอีก มันก็ไม่ได้อีก ก็เลยหาหนทางว่าเอ จะส่งยังไงดีน๊า ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ก็อยากส่งล่ะ อยากรู้ว่าจะมีเสียงสะท้อนตอบกลับมาจากการบินไทยอย่างไรบ้าง


ต้องบอกก่อนเลยค่ะว่าดิชั้นเนี่ยแฟนพันธุ์แท้การบินไทย สายการบินแห่งชาติล่ะค่ะ

เวลาจะเดินทาง ทางอากาศไปไหนยังไงเนี่ยการบินไทยมาเป็นทางเลือกอันดับที่ 1 ค่ะ

เพราะเผื่อใครหลายอ่านแล้วจะแบบว่า เอ เธออคติส่วนตัวกับการบินไทยรึเปล่า 

ดังนั้นการเขียน Feedback เนี่ย ไม่ได้มี Bias กับการบินไทยแต่อย่างใด

แต่อยากจะเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ และความรู้สึกที่ได้เจอมาค่ะ


ข้อความต่อไปนี้ ยกมาจากไฟล์ที่บันทึกไว้ละก็เขียนเพิ่มเติมตามสไตล์ไดอารี่เพื่อเติมรายละเอียด

เพราะในฐานะคน IT รู้ว่าคอมพิวเตอร์มีโอกาส error เกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้น Ctrl+A ละก็ Ctrl+C Ctrl+V Ctrl+S กันเหนียวไว้ก่อ

พอคลิกส่งแล้วมันขึ้น error ตลอด

อันนี้ให้อารมณ์ประมาณว่า เชิญคุณ Feedback ได้ตามสบาย แต่สุดท้ายแล้วก็ส่งไม่ถึงอะนะ ฮ่า ๆ

 ไดอารี่เฉพาะกิจ การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า

อันนี้รูปภาพประกอบว่า error ยังไง

ส่งทุกครั้ง error ทุกครั้ง ลองเปลี่ยน browser ดูก็ error ทุก browser เหมือนกัน

มันเป็นที่โปรแกรมหละ จากที่อ่านดูที่โชว์ใน error

 

ในส่วนของ Feedback มีให้แนบไฟล์รูปด้วยนะ แต่งานนี้ในไดอารี่ ใส่ได้เยอะกว่า เดี๋ยวใส่ภาพประกอบทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น


*** ขออนุญาตใช้ภาษากึ่งทางการนะคะ เพราะว่าจะได้อธิบายถึงความรู้สึกได้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ

ถึงผู้ที่เกี่ยวข้องค่ะ

ในวันที่ 3 ตุลาคม 2555 ดิฉันได้เดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่โดยมีจุดหมายปลายทางคือจังหวัดกระบี่ค่ะ ได้ทำการเช็คอินจากเชียงใหม่และรับสัมภาระที่กระบี่เลยค่ะ ในการเดินทางครั้งนี้ดิฉันเดินทางพร้อมกับคุณพ่อและคุณแม่ค่ะ

เชียงใหม่ - กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TG 103 หมายเลขที่นั่ง 39H

กรุงเทพ - กระบี่ เที่ยวบินที่ TG 745 หมายเลขที่นั่ง 35B

 

การเดินทางจากเชียงใหม่ - กรุงเทพ - กระบี่ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

Smooth as silk สมความเป็นการบินไทยค่ะ

มาถึงสนามบินกระบี่ปรากฎว่ามีกระเป๋าที่ไม่มากับเที่ยวบินอยู่ 1 ใบ ค่ะ

เจ้าหน้าที่ก็จัดการเช็คหมายเลขของสัมภาระ เพื่อตรวจสอบว่าสัมภาระหมายเลขไหนที่หลงทางไปจะได้ตรวจเช็คข้อมูลได้อย่างถูกต้อง

ตรวจสอบแล้วสรุปว่าสัมภาระตกหล่นหลงทางแน่นอน งานนี้ดิฉันก็ตามเจ้าหน้าที่ไปอีกอาคารหนึ่ง เพื่อจัดการเรื่องกระเป๋า

ไปถึงอาคารส่วนที่มีสำนักงานการบินไทยอยู่

เจ้าหน้าที่ก็ขอบัตรประชาชน ละก็เบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อ

แล้วเจ้าหน้าที่ก็สอบถามเกี่ยวกับข้อมูลกระเป๋า

ดิฉันได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระเป๋าไป โดยกระเป๋าใบที่หลงทางไปเป็นของคุณแม่ดิฉันค่ะ

เจ้าหน้าที่ก็ถามย้ำว่า คุณแน่ใจนะว่าเอากระเป๋าใบนั้นมาด้วยจากเชียงใหม่ ไม่ได้ลืมเช็คอินมาจากเชียงใหม่นะ

ดิฉันก็ยืนยันข้อมูลไปว่าเอามาด้วยแน่นอน

เสร็จขั้นตอนแล้ว ตอนนี้เราก็ต้องรอการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ล่ะค่ะ

ในครั้งนี้ดิฉันต้องขอขอบคุณไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงาน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและติดตามกระเป๋าสัมภาระเป็นอย่างดี โดยมีโทรติดต่อ รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ ระยะ ทำให้รู้สึกสบายใจและผ่อนคลายระหว่างที่รอลุ้นว่าเอกระเป๋าของเราหลงทางอยู่ที่ไหน เค้าจะหาเจอมั๊ยน๊า ถ้าเจอกระเป๋าจะเดินทางมาถึงมือเรายังไง ถ้าไม่เจอเราต้องทำยังไงต่อ เรียกได้ว่ามีคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวอยู่ตลอดระหว่างการรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

ดิฉันมีโอกาสได้เดินทางอยู่บ่อย ๆ แต่เพิ่งเคยเจอประสบการณ์กระเป๋าหลงทางแบบนี้ครั้งแรก ต้องบอกว่าตื่นเต้นและลุ้นมากค่ะ

หนนี้โชคดี กระเป๋าแค่หลงทางละก็ไม่สูญหาย กระเป๋ามาถึงปุ๊บ เจ้าหน้าที่ก็โทรถามพิกัดและส่งให้ถึงที่ งานนี้ต้องบอกว่าสมาชิกมองหน้ากันแล้วร้องเย้เลยล่ะค่ะ

แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วข้อสรุปของกระเป๋าหลงทางของดิฉันหนนี้จะลงเอยด้วยดี ทำให้ดิฉันผู้ซึ่งเลือกใช้บริการของการบินไทยเป็นอันดับแรกในการเดินทางด้วยเครื่องบิน ประทับใจบริการของการบินไทยมากยิ่งขึ้นล่ะค่ะ แต่ครั้งนี้ดิฉันขอฝากข้อคอมเมนต์เล็ก ๆ น้อย ๆ ไปยังสายการบินเพื่อเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ของผู้โดยสารนะคะ  :)

เนื่องด้วยการหลงทางของกระเป๋าในการเดินทางครั้งนี้นี้ทำให้โปรแกรมการเดินทางของเราที่วางแผนไว้ผิดแผนเล็กน้อยถึงปานกลางล่ะค่ะ

เนื่องด้วยว่าตามกำหนดการเดิมภายหลังจากที่เราเดินทางมาถึง จ.กระบี่เราต้องเดินทางไปยัง อ.อ่าวลึก (ห่างจาก อ.เมืองกระบี่ไปประมาณ 40 กิโลฯ) แต่พอเจอปัญหานี้เข้าทำให้เราต้องเข้าพักที่โรงแรมในเมืองกระบี่แทนการเดินทางไปยัง อ.อ่าวลึก  เพราะว่าต้องรอฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานค่ะ

ยอมรับว่าระหว่างรอเต็มไปด้วยความกังวล นอกจากนี้เราก็ต้องคิดวางแผนกันว่าเอจะต้องไปซื้อเสื้อผ้าสำรองด้วยมั๊ยหากว่ากระเป๋าของเราหาไม่เจอ เรียกได้ว่าในตอนแรกยังไม่ตัดสินใจที่จะออกไปหาซื้อเสื้อผ้าเพราะคิดว่าน่าจะแค่หลงทางแต่ไม่สูญหาย(แอบเข้าข้างตัวเองหน่อยนึง ให้กำลังใจในการรอคอยไปพลาง ๆ)

งานนี้เราก็ได้แต่เฝ้ารอการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ เดี๋ยวถ้าถึงเวลาที่เรากำหนดกันไว้คร่าว ๆ  ถ้าเจ้าหน้าที่ยังไม่ติดต่อมาว่ายังไงก็คงต้องพากันออกไปซื้อเสื้อผ้าสำรองมาไว้ก่อนอุ่นใจกว่า งานนี้ต้องเตรียมการไว้ก่อน

ระหว่างนั้นก็เริ่มเพลีย ๆ กันด้วย หัวก็เริ่มไม่แล่นละ เริ่มต้นการเดินทางก็เจอแบบนี้ทำให้เหี่ยว ๆ กันพอควร คงด้วยเพราะว่าเราเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ตอนสาย ๆ รอต่อเครื่องที่กรุงเทพ คิดว่ามาถึงกระบี่ตอนเย็น ๆ ก็จะได้เวลาพักผ่อนละ แต่เป็นอันว่าหนนี้เดินทางมาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพแต่ก็มีเรื่องให้ต้องลุ้นต่ออะไรเช่นอย่างนั้น

คุณแม่ดิฉันเจ้าของกระเป๋าเนี่ยท่านกังวลพอสมควร ตามประสาผู้สูงอายุล่ะนะคะ เพราะท่านอายุ 63 แล้ว

งานนี้ดิฉัน พ่อและพี่ชายก็ต้องคอยพูดแหย่ท่านเป็นระยะ ๆ แม่ก็ยิ้ม ๆ แต่หน้าเนี่ยดูรู้เลยว่ากังวลอยู่ตลอด

ดิฉันแหย่แม่ว่า ดีนะที่กระเป๋าแม่หลงไป สงสัยว่ากระเป๋าแม่อยากอยู่เที่ยวกรุงเทพ เสื้อผ้าหายเนี่ยเดี๋ยวก็ได้ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่กัน แต่ถ้าเป็นกระเป๋าของกินหลงไปเนี่ยลูกต้องเสียใจกันสุด ๆ เลย เพราะว่าของกินในกระเป๋าเนี่ย เมนูเด็ด ๆ สูตรพิเศษจากทางเหนือ เนี่ยตั้งใจคัดสรรมาอย่างดีเอามาฝากพี่ชายล่ะค่ะ

จากเหตุการณ์ที่เจอในครั้งนี้ทำให้ดิฉันรู้ว่า

ควรจะถ่ายรูปกระเป๋าทุกใบเก็บไว้ เวลาเจ้าหน้าที่ถามถึงรูปพรรณสัณฐานของกระเป๋าจะได้เอารูปให้ดูได้เลย  เพราะหนนี้กว่าจะอธิบายได้ใช้เวลาพอควรเลยค่ะ

ควรรู้ด้วยว่าน้ำหนักกระเป๋าแต่ละใบหนักประมาณเท่าไหร่ จะได้บอกเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ถูก

ควรเตรียมเสื้อผ้าสำรองหนึ่งชุดไว้ในกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่องเพราะเผื่อว่าหากกระเป๋าหลงทางหรือสูญหายงานนี้ก็ยังมีเสื้อผ้าสำรองไว้ให้อุ่นใจ

ประสบการณ์ทำให้เกิดการเรียนรู้จริง ๆ เลยนะคะ หนนี้เป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน แต่ขอแค่ครั้งเดียวก็พอแล้ว ไม่ขอเจออีกแล้วนะคะประสบการณ์แบบนี้ :)

ดิฉันอยากสอบถามข้อมูลประกอบความรู้จากทางการบินไทยล่ะค่ะ

หากสมมติว่ากระเป๋าเกิดสูญหาย ทางการบินไทยจะทำยังไงคะ

แล้วหากว่าไม่หายแต่ไม่สามารถส่งมอบกระเป๋าในวันเดียวกันนั้นได้ การบินไทยจะทำยังไงต่อคะ

ขอปิดท้ายอีกนิดนะคะ
พักหลัง ๆ ของว่างบนเครื่องการบินไทยไม่อร่อยเลยค่ะ จากที่สังเกตจากการเดินทางหลาย ๆ เที่ยวบินของการบินไทย ของว่างช่วงหลัง ๆ จะเป็นขนมปังก้อนกลม ๆ ไม่รู้เรียกว่าอะไรล่ะค่ะ เพราะไม่มีข้อมูลบอกเลย ขนมปังจะแข็ง ๆ ผ่ากลางละก็มีไส้ รสชาดเนี่ยทำให้เดาไม่ถูกเลยค่ะว่าเป็นไส้อะไร ทำมาจากอะไร มีอะไรเป็นส่วนประกอบ  เห็นผู้โดยสารหลาย ๆ ท่านทานกันคนละคำสองคำแล้วก็หยุดทานกันล่ะค่ะ

ถ่ายรูปขนมมาด้วยบนเครื่องตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะบอกข้อมูลเกี่ยวกับขนมค่ะ แต่ดิฉันชอบถ่ายรูปล่ะค่ะ

เปรียบเทียบกันแล้วจากการเดินทางหนนี้ ขนมจากไทยสไมล์ยังอร่อยกว่าอีกล่ะค่ะ รู้สึกว่าโอเคมากกว่ากับของว่างของไทยสไมล์ ขนาดว่าไม่มีชา กาแฟ และน้ำผลไม้เสิร์ฟนะคะ

อันนี้เป็นเสียงสะท้อนเล็ก ๆ จากความรู้สึกของผู้โดยสารคนหนึ่งนะคะ
เพราะรักจึงบอกนะคะ <3

หวังว่าจะได้รับการตอบกลับจากทางการบินไทยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

กฤษณา

หมายเหตุ ไม่สามารถส่ง feedback ทางเว็บไซต์ของการบินไทยได้เลยค่ะ คลิกส่งเมื่อไหร่ error ตลอดเลยค่ะ อยากให้ปรับปรุงเว็บไซต์ด้วยนะคะ

(อันนี้เป็นข้อมูลขาไป เชียงใหม่-กรุงเทพ-กระบี่)


รูปภาพประกอบ ขาไป

 ไดอารี่เฉพาะกิจ การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า

อันนี้สัมภาระทั้งหมดของเรา เราเดินทางมากัน 3 คน ใช้สิทธิ์ตามที่ได้รับอย่างถูกต้อง เรา 3 คนได้รวมแล้ว 60 กิโลฯ งานนี้น้ำหนักก็ยังเหลืออีกด้วยนะคะ กระเป๋าเขียวนั่นไม่ได้โหลด เราถือขึ้นเครื่องเพราะว่าเป็นคอมพิวเตอร์ล่ะจ๊ะ

(มาหนนี้ของเยอะ ส่วนใหญ่เป็นของกินเอามาฝากอ้ายเอ็มทั้งนั้นล่ะ)


 ไดอารี่เฉพาะกิจ การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า

เอกสารเหลือง ๆ เนี่ย ขอครั้งแรกและครั้งเดียวนะคะ


 ไดอารี่เฉพาะกิจ การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า

กระเป๋าใบนี้ไม่ยอมมากระบี่พร้อมกับเรา งานนี้ก็เลยต้องนั่งเครื่องไฟล์ทสุดท้ายตามมา เจ้าหน้าที่โทรถามพิกัด แล้วเอามาจัดส่งให้ถึงที่เลย

เรียกได้ว่าช่วยให้ความรู้สึกโอเคขึ้นมาก ๆ ภายหลังจากที่กระเป๋าหลง

ต้องขอบคุณผู้ประสานงานฝ่าย
กระบี่ กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ และน้องเจ้าหน้าที่ที่เอากระเป๋ามาส่งให้ในเวลาอันรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะจัดการได


 ไดอารี่เฉพาะกิจ การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า

ถ่ายรูปขนมมาด้วย ไม่คิดเลยว่าจะได้มีโอกาสพูดถึงขนมด้วย

ขนมอันนี้ไม่อร่อยเลย หนมปังแข็ง ๆ ละก็ไส้เป็นอะไรก็ไม่รู้ สรุปว่าไม่ผ่านสำหรับเรา


มาถึงตอนขากลับบ้างดีกว่า

กระบี่ - กรุงเทพ - เชียงใหม่

เราก็อุ่นใจคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ไปเช็คอินก่อนเวลาเดินทางชั่วโมงหน่อย ๆ

สนามบินกระบี่ขนาดกะทัดรัด เวลาขนาดนี้เหลือเฟือ

ปรากฎว่ามีปัญหาซะงั้นเลย

เรายื่นเอกสารการจองตั๋วละก็บัตรประชาชน พร้อมกับบอกเจ้าหน้าที่ ณ เค้านท์เตอร์เช็คอินว่ารับกระเป๋าที่เชียงใหม่เลยนะคะ

เจ้าหน้าที่มองหน้าเราแล้วถามว่า คุณจ่ายเงินค่าตั๋วแล้วเหรอคะ โดยหน้าตาซีเรียสและจริงจังมาก ๆ ทำให้บรรยากาศมันยังไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก

รู้ได้ถึงสัญญาณอันตราย คิดว่า เอาล่ะสิ อะไรกันเนี่ย

โอ้ว เราทั้งอึ้ง ทั้งงง ทำไมถึงถามแบบนี้

เหมือนโดนตบหน้าอย่างแรง ไม่คิดมาก่อนว่าจะเจอคำถามแบบนี้

เค้าคิดว่าเราบินฟรีรึไงกัน ตั๋วก็ไม่ใช่ราคาถูก ๆ นะการบินไทย

ไฟล์ทกระบี่ - กรุงเทพ ดำเนินการโดยไทยสไมล์ ราคาไม่ใช่เบา ๆ เลยนะ

หนนี้เราจองตั๋วแบบ ไป-กลับ เชียงใหม่-กระบี่

โดยจะบินแบบ

เชียงใหม่-กรุงเทพ (การบินไทย) กรุงเทพ-กระบี่(ไทยสไมล์)

กระบี่-กรุงเทพ(ไทยสไมล์) กรุงเทพ-เชียงใหม่ (การบินไทย)

ถ้าไม่ได้จ่ายตังค์เนี่ย จะเดินทางมาจากเชียงใหม่ตั้งแต่วันแรกได้อย่างไรกัน

การจองตั๋วเดินทางของเราหนนี้ เราจองผ่านเอเย่นต์ล่ะ

จองตั๋วทุกทีเราก็จองผ่านเอเย่นต์แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร

ที่เราจองผ่านเอเย่นต์เนี่ย เราคิดว่าเอเย่นต์มี Priority ในการดีลกับสายการบินได้ดีกว่าเราล่ะ เราบอกข้อมูลไปเนี่ย เอเย่นต์สามารถจัดการช่วงเวลาที่ลงตัวให้เราได้เป็นอย่างดี

แล้วอีกอย่างนะซื้อเองในเว็บราคาแพงมาก ๆ ซื้อผ่านเอเย่นต์เค้ามีตั๋วโปรอะไรเช่นอย่างนั้นด้วย

ในเอกสารการเดินทางที่เราเอาไปยื่นเป็นเวลาเดิม

แต่เราเปลี่ยนตารางตั้งแต่ก่อนออกเดินทางมาจากเชียงใหม่แล้ว

แต่งานนี้เช็คจากคอมพิวเตอร์ข้อมูลก็ต้องขึ้นอยู่แล้ว

พนักงานไม่น่าจะถามผู้โดยสารแบบนี้เลย มีปัญหาก็โทรติดต่อกับเอเย่นต์เองเลย เพราะในใบเอกสารที่เรายื่นไป เบอร์โทรติดต่ออะไรของเอเย่นต์ก็มีหมด

งานนี้ยอมรับว่าเซ็งมาก แต่กลัวจะไม่ได้กลับเชียงใหม่มากกว่า เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า ยังไงก็ต้องกลับล่ะวันนี้

ระหว่างนี้ก็ให้แม่รอก่อน แล้วเราก็ต้องไปติดต่อที่ห้องตั๋ว

ประมาณว่าหากมีปัญหาก็ต้องออกตั๋วใหม่อะไรเช่นอย่างนั้นล่ะ

ไปถึงห้องตั๋วก็เอาเอกสารยื่นให้เจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ก็แบบว่าทำหน้าเครียด จัดการโทรติดต่อไปยังเอเย่นต์

เจ้าหน้าที่ที่ห้องตั๋วก็ถามข้อมูลจากเรา แต่ก็ยังแบบว่าคนนี้เค้าถามโอเคกว่าคนตะกี๊หน่อยนึง หน้าตาก็ไม่เคร่งเครียดจริงจังเท่าคนตะกี๊

แต่ก็ยังอยู่ในแนว ๆ เรื่องการจ่ายเงินนั่นแหละ

เราก็แบบว่า อะไรอีกน๊อ เฮ้อ คิดในใจว่าเอ ชั้นจะได้กลับเชียงใหม่มั๊ยเนี่ย

ถ้าไม่ได้กลับเชียงใหม่จะทำยังไงต่อล่ะเนี่ย

เราก็พูดให้ข้อมูล เค้าก็โอเค โอเค ประมาณว่าเดี๋ยวเค้าจัดการให้

ในที่สุด ก็ผ่านไปด้วยดี มันเป็นส่วนการประสานงานของสายการบินกับเอเย่นต์ล่ะ

เราเนี่ยไม่สนใจละ ได้กลับเชียงใหม่ก็โล่งละเนี่ย

จากห้องตั๋วเสร็จก็กลับไปที่เค้านท์เตอร์เช็คอินอีกครั้ง

พนักงานที่จัดการกระเป๋ายกกระเป๋าแม่เรามา ไอ้ใบที่หลงทางนั่นแหละ แล้วก็หัวเราะ ชี้ให้กันดูหูกระเป๋า แล้วก็จัดการเอาเทปมาพันตรงสายกระเป๋า พันไปหัวเราะไป คือว่าหูกระเป๋ามันจะขาดแหล่มิขาดแหล่ ตอนมาจากกรุงเทพมันมีรายงานว่า torn เราก็ไม่อะไรทำไมละ ได้กระเป๋าคืนก็โอแล้ว ณ จังหวะนั้นอยากบอกว่ามันเป็นแบบนี้เพราะการเดินทางหนนี้นั่นแหละ แต่ตอนนั้นไม่มีอารมณ์จะทำอะไรละ

มาคิดได้ตอนนี้ จริง ๆ เราเรียกค่าเสียหายที่เกิดกับกระเป๋าได้นี่นะ

แต่ก็ช่างเหอะ ช่างเหอะแบบเซ็ง ๆ

 

ที่กระบี่เค้าทำอาคารผู้โดยสารใหม่

งานนี้เช็คอินที่อาคารนี้ แต่ก็ต้องเดินไปรอขึ้นเครื่องที่อาคารโน้น

เราก็คิดว่า เอ ทำไมการบินไทยไม่ทำเค้านท์เตอร์เช็คอินที่อาคารโน้นด้วยล่ะ เวลาคนมาส่งก็จะได้แบบว่าลงอาคารโน้นแล้วก็ขึ้นเครื่องอาคารโน้นเลย

ถ้าการบินไทยน่ะขึ้นอาคารที่เช็คอินนั่นแหละ

ส่วนไทยสไมล์เช็คอาคารนี้ต้องเดินไปที่อาคารโน้นอีกที

คนที่เดินไปพร้อมเราก็บ่นเหมือนกันนะ บ่นเหมือนที่เราคิดเลย

พอขึ้นไปบนเครื่องที่ว่างเยอะแยะ ก็รู้สึกเอ๊ะทำไมเจ้าหน้าที่เช็คอิน เค้าถึงไม่เช็คอินให้เรานั่งติดกับแม่ล่ะ ตอนแรกที่ได้ตั๋วก็คิดว่ากว่าเราจะเช็คอินเสร็จ คนอื่นเค้าก็คงเช็คอินกันไปหมดแล้ว ที่นั่งติดกันคงไม่มีละ แต่พอได้เวลาเดินทาง เครื่องไม่เต็มนะ มีที่นั่งติดกันว่างอยู่หลายที่เลย ข้าง ๆ ที่นั่งของแม่ก็ว่าง ข้างหน้าเราก็ว่างติดกันสองที่ 

งานนี้เรากับแม่นั่งข้างกันนั่นแหละนะ แค่มีทางเดินคั่นกลางเท่านั้นเอง เราเนี่ยงงกับเจ้าหน้าที่คนนี้เค้าจริง ๆ เลย

แล้วหนนี้นะ ข้อมูลก็ตกหล่น รายละเอียด ROP ก็ไม่มีด้วยล่ะ

เรียกได้ว่าการเดินทางหนนี้กริดสะหนาได้เจออะไรแปลกใหม่หลายอย่างเลย เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ระหว่างการเดินทางเนอะ


ข้อความด้านล่างเป็นส่วนของขากลับ

แต่ก็ส่งไม่ถึงการบินไทยอยู่ดีเพราะระบบ error

 

ถึงท่านผู้เกี่ยวข้อง

ดิฉันในฐานะของผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการของการบินไทย

วันพุธที่ 10 ตุลาคม 2555

ดิฉันอยากสอบถามว่า ทำไมพนักงานที่ให้บริการ ณ เค้านท์เตอร์เช็คอิน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ถึงได้ถามผู้โดยสารว่า "คุณได้ทำการชำระเงินค่าตั๋วแล้วหรือยังคะ" โดยสีหน้าของพนักงานราวกับว่าเป็นความผิดอย่างร้ายแรงของดิฉัน เป็นครั้งแรกเลยที่ดิฉันได้เจอคำถามจากพนักงานแบบนี้ ดิฉันถือว่าเป็นการไม่สุภาพและไม่ให้เกียรติผู้ใช้บริการเป็นอย่างมากเลยค่ะ เนื่องจากดิฉันคิดว่า ข้อมูลของผู้โดยสาร เที่ยวบิน รวมไปถึงเอเย่นต์ผู้ให้บริการ น่าจะสามารถตรวจสอบได้จากระบบคอมพิวเตอร์ หากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากทางเอเย่นต์ ก็ควรจะมีวิธีสอบถามข้อมูลกับผู้โดยสาร ได้ดีกว่านี้และการเดินทางในครั้งนี้ดิฉันได้ทำการจองตั๋ว ไป-กลับ เชียงใหม่-กระบี่ หากว่าดิฉันไม่ได้ชำระเงิน ดิฉันจะเดินทางมาจากเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2555 ได้อย่างไรคะ

ดิฉันอยากจะให้มีการปรับปรุงวิธีการสื่อสารระหว่างพนักงานผู้ให้บริการกับผู้โดยสารด้วยนะคะ สำหรับบางคนอาจจะถือว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ดิฉันถือว่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เนี่ยเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เลยค่ะ

เดี๋ยวนี้ผู้โดยสารมีทางเลือกเยอะขึ้น การบริการก็คงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้โดยสารตัดสินใจว่าจะเดินทางกับสายการบินไหนดี

เดินทางกับการบินไทยมาก็นาน หลายเที่ยวบิน  แต่เป็นครั้งแรกเลยนะคะที่มีเหตุให้จะต้องส่ง feedback ทั้งขาไปและขากลับแบบนี้

หวังว่าเสียงสะท้อนจากผู้โดยสารคนหนึ่ง จะได้รับการตอบกลับจากทางการบินไทยนะคะ

ด้วยความเคารพ

กฤษณา

 

หมายเหตุ ไม่สามารถส่ง feedback ทางเว็บไซต์ของการบินไทยได้เลยค่ะ คลิกส่งเมื่อไหร่ error ตลอดเลยค่ะ อยากให้ปรับปรุงเว็บไซต์ด้วยนะคะ


 

พูดเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางด้วยเครื่องบินสักหน่อย

ปกติเนี่ยเราสบาย ๆ นะ ไม่อะไรทำไม

ขนมของว่างมีให้กินก็กิน ไม่มีก็ไม่กิน มีขายบนเครื่องถ้าหิวก็ซื้อ อะไรเช่นอย่างนั้น

ตั้งแต่นานมาแล้วทุกทีเนี่ยเดินทางก็จะเลือกการบินไทยตลอด เพราะว่าสะดวก เราไม่เคยมีปัญหาอะไรระหว่างการเดินทางเลย เมื่อเดินทางกับการบินไทย ไม่เคยเจอแบบที่คนอื่น ๆ เค้าเจอกัน ก็เลยจัดว่าประทับใจในสายการบินเป็นทุนเดิม

แต่เดี๋ยวนี้ผู้โดยสารอย่างเรามีทางเลือกมากขึ้น ถ้าเราเดินทางคนเดียวเนี่ยอะไรยังไงได้หมดล่ะ แล้วแต่โอกาสเป็นคราว ๆ ไป

หนนี้เราเดินทางพร้อมพ่อกับแม่ ของก็เยอะ การบินไทยเนี่ยก็สะดวกดี เช็คอินเชียงใหม่รับกระเป๋าที่กระบี่ได้เลย ไม่ต้องไปรับกระเป๋าที่กรุงเทพแล้วก็โหลดใหม่เหมือนบางสายการบิน เรียกได้ว่าการบินไทยเป็นทางเลือกที่ดีและลงตัวที่สุดแล้วสำหรับเรา

แต่เจอเหตุการณ์หนนี้ บางทีก็อาจจะทำให้ต้องคิดใหม่ ทำใหม่สำหรับการเดินทางเหมือนกันนะเนี่ย

ที่เราเขียนเนี่ยก็อยากจะสะท้อนมุมมอง ความคิดและแบ่งปันสิ่งที่เราได้เจอ

บางทีก็อย่างที่เค้าว่าจริง ๆ ล่ะนะ ไม่เจอกับตัวเองก็คงไม่รู้

ถ้าเป็นภาษาคำเมือง ก็จะประมาณว่า ต่าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต่าตั๋วเป๋นดีไค่ไห้

แปลประมาณว่า เรื่องที่เกิดกับคนอื่นเนี่ยมันช่างตลก น่าขัน แต่พอเจอกับตัวเองเนี่ยอยากร้องไห้หัวเราะไม่ออกเลยเชียว

งานนี้ feedback ส่งไม่ถึงการบินไทยก็คงไม่เป็นไรละมั๊ง

เอาเป็นว่าแบ่งปันให้กับคนรอบข้าง ประมาณแนว ๆ เล่าสู่กันฟังละกันเนอะ


     Share

<< "การเดินทางหนนี้สุดแสนพิเศษ""จดหมายตอบกลับจากการบินไทย" >>


Posted on Sun 14 Oct 2012 3:03

 

 
 

ตามฝัน
รวมมิตรการเดินทาง

"ยุ่งมากถึงมากที่สุด"
"เวลาติดปีก โลกกล๊มกลม"
"ช่วงเวลาของครอบครัว ณ กระบี่"
"เมื่อครอบครัวอบอุ่นของเราโตขึ้น"
"จดหมายตอบกลับจากการบินไทย"
"ไดอารี่เฉพาะกิจ การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า"
"การเดินทางหนนี้สุดแสนพิเศษ"
"แบตหมดเกลี้ยง"
"จ๊ะเอ๋เพื่อนรัก"
"เก็บตกกันยายนครึ่งเดือนแรกค่อนมาครึ่งหลัง"
"Home is where the heart is"

 

 
 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 

เซ็งเนอะ
Pla   
Sun 14 Oct 2012 8:48 [1]