Untitled Document
 
• "ทริปใหญ่แห่งปีของเรา มันส์ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นเล๊ย" •

เว้นว่างห่างหายไปนาน น๊าน นาน ปฏิทินไดอารี่ของเราว่างตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จนถึงบัดนี้เดือนสี่ของปีใหม่ล่วงมา

ขอคั่นจังหวะอัพเดทเรื่องราวที่เพิ่งผ่านมาไม่นานไปก่อนละกันเนาะ ไม่งั้นเนี่ยเว้นวรรคแบบยิงยาวแน่ ๆ เลย กริดสะหนาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย


ทริปใหญ่ของเรามีอะไรมากมายหลายสิ่ง เรียกว่าแค่ยังไม่ได้เริ่มทริปก็มันส์สุด ๆ

ดังนั้นกริดสะหนาก็เลยยกมาบันทึกไว้ คั่นเรื่องอื่น ๆ ก่อนละกันเนอะ

 

ทริปใหญ่มาก ๆ ของเราเริ่มต้นในตอนค่ำวันหนึ่งราว ๆ ต้นเดือนกรกฎาคม 2555

ฟลุคกี้ส่งข้อความมาใน WhatsApp ว่าอยากไปนิวยอร์ก

 

ฟลุคกี้ : อยากไปนิวยอร์ก

พี่ดาว : กรี๊ด อยากไปด้วย ทำไงดี

ฟลุคกี้ : หมื่นเจ็ดอ่ะ

พี่ดาว : ทำไมถูก

ฟลุคกี้ : นิวยอร์กซักอาทิตย์นึงมะ

พี่ดาว : ไปไป

 

มันเริ่มต้นมาจากตรงนั้นจริง ๆ เลยล่ะ

บางคนอาจจะบอกว่า  1 อาทิตย์เนี่ยนะ ตลกจริง หากใครรู้ถึงการทำงานของเราซึ่งลายากยิ่งเนี่ยจะเข้าใจเลยเชียวล่ะ แค่ 1 อาทิตย์เนี่ยถ้าลาได้เนี่ยก็สุดหรูแล้ว

 

หลังจากนั้นเราก็คุยกัน เอาไงดี จองแล้วเปลี่ยนอะไรไม่ได้เลยนะ

ตัดสินใจทันทีทันใดก็แบบว่าจองตั๋วกันเลย ฮ่าๆๆๆๆๆ บ้ามาก ๆ

คุยกันก่อนเลยว่า ถ้าไม่ได้ไปเนี่ยก็ไม่เป็นไรเนอะเพราะมีเหตุและปัจจัยหลายอย่างมาก ๆ เช่น วีซ่าเอย การลางานเอย อะไรเช่นนั้น

สรุปว่าทริปของเราเริ่มต้นด้วยการมีตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพ-เคียฟ-นิวยอร์กอยู่ในมือ

ตั๋วเครื่องบินพร้อม


ด่านต่อไป วีซ่า

สำหรับเรากังวลเป็นธรรมเนียมเล็กน้อย ปานกลาง จนถึงระดับมาก

ก็วีซ่าอเมริกาเนี่ยขึ้นชื่ออยู่นาว่าเข้มมาก

หลายคนก็บอกว่าไม่ต้องกังวลหรอกน่าผ่านอยู่แล้ว

แหม ๆ ของแบบว่ามันไม่เข้าใครออกใคร แอบกลัวไว้ก่อนก็ไม่เสียหลายเนอะ

ระหว่างนี้ก็หาข้อมูลการทำวีซ่า โหย ๆๆๆๆๆๆๆๆ ข้อมูลสารพัดมากกกกกกกกกกกก

มากมายหลายสิ่งอัน ประสบการณ์ของแต่ละคนก็นะ บางคนก็ง๊าย ง่าย

บางคนก็แบบว่าไม่ผ่านแล้ว ไม่ผ่านอีก

เรียกได้ว่า ยิ่งกังวลอยู่แล้วเนี่ย กังวลเพิ่มขึ้นเยอะเลย

จนแบบว่า เอาวะ ไม่สนละ เตรียมแบบเรา ๆ เนี่ยล่ะ

ถ้ามันจะได้ไปมันก็ได้ไปหละนะ

เก็บข้อมูลไว้พร้อม เอกสารพร้อม แต่เวลาเนี่ยสิไม่ค่อยพร้อมเลย งานยุ่งมากกกกกกกก

แต่ก็กะเวลาคร่าว ๆ ว่าจะไปขอวีซ่าช่วงปลายปี

แล้วปลายปีนะเป็นอะไรที่ยุ่งสุด ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องงานนะ เรื่องต่าง ๆ สารพัดสารเพ

ฟลุคกี้เนี่ยได้วันก่อนละ เราไม่ได้ไปสัมภาษณ์พร้อมกัน

ฟลุคกี้ผ่านละ เย้ ผ่อนคลายได้เยอะเลยนะเนี่ย

เราก็เข้าเว็บกรอกข้อมูลไว้ก่อน ค่อย ๆ อ่านไปค่อย ๆ ทำไป สามารถบันทึกข้อมูลไปได้เรื่อย ๆ ระหว่างการกรอกข้อมูล เดี๋ยวตั้งใจว่าหากมีจังหวะดีดีจะเขียนบันทึกไว้เผื่อมีประโยชน์กับคนอื่น ๆ บ้าง เพราะว่าระหว่างที่เรากรอกข้อมูลเนี่ย

จองคิวอะไรเรียบร้อย ปฏิทินคิวนัดมีให้เลือกหลายช่วงเวลามาก ๆ เราเลือกแบบว่าใกล้ที่สุดนับจากวันที่จองคิวเลย เอาแบบว่าไม่ต้องรอตื่นเต้นนาน อิอิ

ก่อนไปสัมภาษณ์ก็เตรียมเอกสารพร้อม

รูปถ่ายพร้อมก่อนเลยเพราะต้องเอารูปแนบไฟล์ประกอบตอนกรอกเอกสารด้วย เรื่องรูปเนี่ยก็ตลกดี ไปถ่ายที่ร้านใกล้ ๆ กงสุล เค้าบอกว่าช่างเนี่ยประสบการณ์ยาวนาน ฝีมือสุดยอดผ่านแน่นอนไม่ต้องกลัวเหมือนในเดี่ยว อิอิ

คืนก่อนไปสัมภาษณ์เราก็เช็คเอกสาร ย้ำคิดย้ำทำตามประสาเรานั่นล่ะ

จริง ๆ ก็รู้นะว่าครบแล้ว พร้อมแล้ว แต่ก็ขอเช็คให้มันแน่นอนอีกนิดนึงให้มันอุ่นใจอะไรเช่นอย่างนั้น

 ทริปใหญ่แห่งปีของเรา มันส์ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นเล๊ย


วันสัมภาษณ์เราตื่นแต่เช้าเลย อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกบ้านล่ะ

ยังมีเวลาแวะกินข้าวอยู่นา แวะร้านข้าวแกงแถว ๆ ทางผ่านนั่นล่ะ

ฝนก็ตกลงมาพรำ ๆ ให้พอชุ่มฉ่ำ แป๊บ ๆ ก็หยุดตกละ

เรารู้สึกว่าตอนกินข้าวแล้วก็ดูรถราวิ่งผ่านไปมา มันผ่อนคลายเยอะเลยนา

กินข้าวเสร็จขึ้นรถ ไปถึงหน้ากงสุล อ้าว ความตื่นเต้นมันมาอีกละ

ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ไม่แปลกใช่มั๊ยแบบนี้

คิวเราตอน 9 โมงเช้า ไปถึงยังเจ็ดโมงกว่า ๆ อยู่เลย

คราวหน้าใครจะไปสัมภาษณ์บอกได้ละว่า ไปก่อนเวลานัดสัก ครึ่งชั่วโมงก็ได้อยู่นา


เซตแรกที่เข้าไปมีหลายคนต้องออกมาถ่ายรูปใหม่

เค้าก็เลยให้เซตเราเข้าไปต่อได้ อันนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่เค้าเรียกนะ

ก่อนเข้าไปเราก็ต้องฝากของไว้ก่อนทุกสิ่งอย่าง ยกเว้นแต่เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสัมภาษณ์วีซ่าล่ะ

เข้าไปแล้วก็จะได้รับคิว ละก็คนที่จ่ายคิวเค้าก็จะถามข้อมูลส่วนตัวของเราเล็กน้อย

หลังจากนั้นก็นั่งรอเรียก ระหว่างนี้ก็มีวีดิทัศน์ให้ดูเกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ๆ มีเวอร์ชั่นคำเมืองด้วยน่ารักดี

รอบแรกเค้าให้เข้าไปพิมพ์ลายนิ้วมือละเจ้าหน้าที่ก็ถามเราว่าสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษได้มั๊ย เราก็บอกว่าได้ค่ะ แล้วเค้าก็ถามข้อมูลเราเล็กน้อยเกี่ยวกับการทำงานละก็จะไปอเมริกาช่วงไหนอะไรประมาณนั้น

พอผ่านขั้นตอนนี้ไปความตื่นเต้นของเราก็ลดลงละ

พิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จก็มานั่งรอคิวเรียกสัมภาษณ์อีกทีนึง

คิวก็ไล่ไปเรื่อย ๆ อ้าวพอมาถึงจะคิวเราก็กระโดดไปเลขอื่นซะอย่างนั้นเราก็งงล่ะสิ อะไรน๊อ

คนที่นั่งข้าง ๆ เราเค้าคิวหลังเราหลายคิวแต่ถูกเรียกเข้าไปก่อน เค้าเข้าไปแป๊บเดียวแล้วก็ออกมา แล้วก็บอกเราว่าเค้าสัมภาษณ์ไม่ผ่านล่ะ เราก็คุยกับเค้านิดหน่อย เดี๋ยวเค้าจะยื่นเรื่องอีกล่ะ เราก็ส่งกำลังใจไป ระหว่างนั้นก็ลุ้นของตัวเองไปพลาง ๆ ความตื่นเต้นกลับมาอีกแล้ว

คิวเรามาแล้ว ก่อนเข้าไปเราก็สูดลมหายใจลึก ๆ พร้อมละ ฮ่า ๆ ต้องพร้อมละ

เข้าไปถึงเจ้าหน้าที่ก็ทักทายเราก่อนเลย "สวัสดีครับอาจารย์"

เราก็ส่งยิ้มพร้อมกับสวัสดีตอบ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ยิงคำถามเป็นภาษาอังกฤษมาเป็นชุด ๆ เลย แต่บรรยากาศเป็นไปแบบสบาย ๆ ล่ะ

เจ้าหน้าที่ก็ชวนคุย เรียกได้ว่าไม่ดูเอกสารอะไรของเราสักเท่าไหร่เลย ดูแต่พาสปอร์ตเล่มเก่า ถามว่าเราไปทำอะไรที่อังกฤษ แล้วก็มีการแซวสำเนียงภาษาอังกฤษของเราอีกตะหาก แล้วก็ยิ้ม ๆ หน้าที่เราไปปั๊มตราประทับที่เบอร์ลิน ถามเรื่องการท่องเที่ยวของเราในพาสปอร์ตเล่มเก่าซะเป็นส่วนใหญ่

เจ้าหน้าที่ถามเราว่าจะไปอเมริกาช่วงไหน ไปกี่วัน พักที่ไหน เราก็ตอบข้อมูลไป เค้าถามเราว่าพักโฮเทลเหรอ เราก็ตอบว่าพักโฮสเทลล่ะค่ะ ไม่ได้พักโฮเทล เพราะโฮเทลแพง แล้วเจ้าหน้าที่ก็คุยเป็นภาษาไทย "ใช่ ๆ เนอะ ๆ โฮเทลแพง พักโฮเทลประหยัดเนอะ ๆ" หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็บอกเราว่าเที่ยวอเมริกาให้สนุกนะครับ เดี๋ยวเอกสารจะส่งไปที่บ้านคุณครับยินดีด้วยครับ เราก็ขอบคุณค่ะ thank you have a nice day byebye หลายภาษาเลย

เย้ เย้ เย้ โล่งมาก ๆ เลย สัมภาษณ์ผ่านแล้ว

หลังจากนั้นเราก็ซิ่งโลดกลับเข้าที่ทำงานล่ะ เพราะว่ามีสอน

 ทริปใหญ่แห่งปีของเรา มันส์ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นเล๊ย

สอนเสร็จแล้วอ้าวทำไมกระเป๋าเรามันโล่ง ๆ

ปรากฎว่าเราเนี่ยโก๊ะมาก ๆ ลืมเอกสารไว้ที่กงสุลซะงั้นเลย

ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน สมุดบัญชีธนาคาร เอกสารสารพัดสิ่งลืมหมด

แบบว่าคงตื่นเต้นดีใจมั๊งเนี่ยเลยลืม ดีนะเนี่ยที่เป็นกงสุล ไม่งั้นงานเข้าแน่กริดสะหนา

รู้ตัวก็ซิ่งไปกงสุล ดีนะว่าไม่ไกลที่ทำงาน ไปถึง รปภ.ก็เอามาส่งให้เลย งานนี้ก็ขอบคุณ รปภ. ตรวจเช็คเอกสารแล้วก็ซิ่งไปที่ทำงานล่ะ เดี๋ยวมีสอนต่อ


เย้ เย้ เย้ วีซ่าผ่านแล้ว

ตอนนี้มีพร้อมสองอย่างละนะ ตั๋วเครื่องบิน ละก็วีซ่า

ต่อไปก็ลางาน อันนี้ก็ต้องลุ้นไม่แพ้ขอวีซ่าล่ะเนี่ย เพราะหน้าที่รับผิดชอบของเราไม่ได้ลาได้ยาว ๆ เหมือนส่วนของพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน

รอบนี้เราใช้สิทธิ์แบบเต็มพิกัด ลาพักผ่อนประจำปี 10 วัน

ยื่นเรื่องไปละก็รอลุ้นเอาล่ะ อันดับแรก เอ คณบดีจะอนุมัติมั๊ยน๊า

รอ ร๊อ รอ ผลออกมาว่า คณบดีอนุมัติ เย้ เย้ พร้อมกับเกษียณหนังสือว่า อนุญาตให้ลาพักผ่อนได้เพราะอาจารย์จะลาได้เฉพาะภาคฤดูร้อนเท่านั้น

อันนี้ก็กรี๊ดได้ละนะ หลังจากนั้นก็รออธิการบดีอนุมัติอีกที

รอ ร๊อ รอ ตอนนี้ได้เอกสารราชการกลับมาละ เย้ เย้ มหาวิทยาลัยอนุมัติวันลาแล้ว

ตอนนี้ ตั๋วพร้อม วีซ่าพร้อม วันลาพร้อม

ต่อก ติ๊ก ต่อก หลังจากนี้ก็ได้เวลานับถอยหลังรอวันเดินทาง


อ๊ะ อ๊ะ เดี๋ยวก่อน อะไรที่มันดูเหมือนจะพร้อมไปหมดเนี่ย มันก็ดูจะง่ายเกินไปใช่มั๊ยล่ะ

ระดับกริดสะหนาแล้ว อะไรที่มันง่าย ๆ ราบรื่น มันก็ธรรมดาเกินไปสินะ

และแล้วเบื้องบนก็ส่งบททดสอบลงมาให้เรา

ระหว่างที่เรากำลังจะต้องเดินทางไปอยู่บนดอย ที่ซึ่งไฟฟ้ามีจำกัด สัญญาณโทรศัพท์ใช้ได้เฉพาะ GSM แล้วก็ใช้ได้เฉพาะบางจุด อินเทอร์เน็ตเนี่ยก็ลืมไปได้เลย

หมอเบียร์ส่งข้อความพร้อมลิงค์มาให้เรื่องสายการบินที่เราได้จองไว้

เอ้า เอาล่ะสิงานเข้าฮ่ะ

ระหว่างทางที่ยังพอมีสัญญาณเราก็ส่งข้อความหาฟลุคกี้ให้ดูรายละเอียดและดำเนินการระหว่างที่เราไร้การติดต่อ


สายการบินถูกประกาศล้มละลาย

กรี๊ดดดดด ร้อยวัน พันปี ไม่เคยจะได้ยินกรณีนี้บ่อย ๆ

ทำไมนะ ต้องมาเกิดกับสายการบินที่เราจองไว้ด้วยเนี่ย

ทริปนี้เริ่มต้นจากตั๋วเครื่องบินมาก่อนเลยนะเนี่ย

แล้วทำไงกันดี ทำไงกันดี

สายการบินมีการจัดเส้นทางการบินใหม่ โดยระงับเส้นทาง กรุงเทพ-เคียฟ

ส่วน เคียฟ-นิวยอร์กเนี่ย ยังจะมีรึเปล่าก็ยังไม่รู้ ต้องรอประกาศปรับผังตารางการบิน ปรับระบบของสายการบินอะไรอย่างนั้น

เอาไงดี เอาไงดี

คุยกันว่ารอจนถึงที่สุดก่อนละกันเนาะ เพราะแว่ว ๆ ว่าอาจจะมีการปรับตารางช่วงสปริง

ถ้าเกิดมันงดบินยังไงก็ทำเรื่องคืนเงิน

ชั้นไม่อยากได้เงินคืน ชั้นอยากได้ตั๋วเครื่องบินมากกว่า

โหย ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อะไรกัน อะไรกัน

แล้วเรานะช่วงนั้นก็แบบว่ายุ่งมาก มากถึงมากที่สุด มากเว่อร์ ๆ

เจอแบบนี้นะ อารมณ์ในการจะดูข้อมูลการท่องเที่ยวเนี่ยต้องบอกเลยว่าเหี่ยว ไม่มีกระจิตกระใจอะไรละ แบบว่าออกแนวเซ็ง

ตอนแรกเนี่ยก็แบบว่าเฮ้ยอีกนาน จองกรกฎา 55 บินช่วงมีนา 56 ระยะเวลา 8-9 เดือนเลยเชียว

ไปไปมามา เฮ๊ย มกราผ่านไป กุมภาผ่านไป เฮ๊ยไม่ถึงครึ่งเดือนแล้วอ่ะ

ระหว่างนี้เรากับฟลุคกี้ก็คุยกันตลอด

ตกลงว่าไงกันดี จะไปอยู่มั๊ย จะเลื่อนไปก่อนมั๊ย จะเอาไงกันดีเนี่ย

เพราะเจอแบบนี้แม้ว่าอยากเที่ยวก็อยากเที่ยวนะ แต่มันก็อดเซ็งไม่ได้

แผนที่วางไว้ งบประมาณที่กะไว้มันก็กระทบหมด

คุยกันไปมา เราอ่ะยืนยัน ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ ละ ยังไงก็ไป

สรุปได้ดังนั้นก็เป็นช่วงเวลาตามล่าหาตั๋วเครื่องบิน

แน่นอนว่าราคาก็ดี๊ดีล่ะนะ ดี๊ดีแบบแพ๊ง แพง หุหุ ว่าแล้วก็ค่อย ๆ หากันไปช่วย ๆ กันหา

เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มันส์มากกกกกกก


ภารกิจตามล่าหาตั๋วเครื่องบิน

การหาตั๋วเครื่องบินให้ได้ดังใจเราเนี่ยมันไม่ง่ายเลยพับผ่าสิ

งานนี้ทำให้เราเนี่ยได้วิเคราะห์รูปแบบการจัดตารางของแต่ละสายการบินกันเพลินเลย

บางที่ถูกนะ แต่เวลาแบบว่าโหย ๆ ออกดึก รอนาน กลับเร็ว

บางที่แพง สะดวก แต่เวลาก็ยังไม่โอ

บางที่ก็แบบว่านะ ไปต่อเครื่องหลายที่มากกกกกกก แต่ละที่รอนานมากกกกกกก ไม่รู้ว่าจะพาให้อ้อมไปอ้อมมาทำไม

บางทีก็แบบว่าต้องมีวีซ่าของประเทศที่ไปทรานซิส แม้จะไม่ได้ออกไป

โอ้ววววววววววว สารพัดสิ่งอย่างจริง ๆ พะยะค่ะ

เจอหลาย ๆ คอนดิชั่นแบบนี้ กริดสะหนาผู้รักการเดินทางและการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากก็ยิ้มไม่ออกเหมือนกันนะฮ๊า

หาไปหามาก็เริ่มจะได้ข้อสรุปละ

พอดีว่าฟลุคกี้มีน้องสาวทำงานที่กาต้าร์ แล้วได้สิทธิ์ Staff Family

ตอนแรกก็ว่าจะหาตั๋วที่เวลาไล่เลี่ยกันแล้วไปเจอกันที่นิวยอร์กอะไรเช่นนั้น

เราเนี่ยไม่มีปัญหาล่ะเรื่องการเดินทางคนเดียว

แต่การจะหาตั๋วที่เวลามันลงตัวกันเนี่ยสิ มันช่างยากเย็นยิ่งนัก

เรารู้สึกว่า เฮ๊ยไม่ไหวละ ขออะไรที่มันง่าย ๆ ละกัน เอาน่าไปเที่ยวอะนะ ปกติก็ต้องจ่ายค่าตั๋วประมาณนี้ละนะ

สรุปว่าเราก็จะออกตั๋วของกาต้าร์นั่นล่ะ

เราว่าเวลาต่อเครื่องของกาต้าร์โอเคเลยนะ

เผื่อไปทางโน้นแล้วติดต่อกันไม่ได้อีกล่ะจะทำไง

ยอมจ่ายแพงหน่อยแต่ลดปัญหาลง น่าจะเป็นทางเลือกที่โอเคที่สุด

ตัดสินใจได้ละก็มาคุยกันว่า จะไปวันไหน จะกลับวันไหน

เพราะเราลา 10 วัน

ได้เพิ่มเสาร์-อาทิตย์ตอนต้น ตอนกลาง ละก็ปิดท้าย

สรุปแล้วจากการลา 10 วัน เราก็จะไปได้ 16 วันประมาณนั้น

งานนี้ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ จองเผื่อหัวไปหน่อย ลดส่วนท้ายลงนิดนึง

ได้ข่าวว่าเดินทางเดือนมีนา ได้ตั๋วตอนต้นเดือนมีนานั่นหละ

หลังจากได้ตั๋วก็เริ่มนับถอยหลังกันเลยฮ่ะ

เหลือเวลาอีก 10 วัน

กรี๊ดดดดดดดด จาก 9 เดือน เหลือ 10 วัน

แล้วดิชั้นต้องทำอะไรบ้างเนี่ย เตรียมอะไรบ้างเนี่ย

โหยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เรียกได้ว่ามันส์จริง ๆ เล๊ย ทริปใหญ่ทริปนี้ของเรา


ความมันส์ยังไม่จบแค่นี้ฮ่ะ ยังมีต่อ

ต่อก ติ๊ก ต่อก

พร้อมละยังน๊า พร้อมเดินทางกันละยัง


     Share

<< "Be Right Back""ไปแอ่วกันดีกว่า ได้เวลาออกเดินทางละจ๊ะ" >>


Posted on Tue 9 Apr 2013 1:55

 

 
 

ตามฝัน
รวมมิตรการเดินทาง

"USA Trip ::: B is for Boston"
"USA Trip ::: หนาวจริง ๆ เล๊ยแถวนี้"
"USA Trip ::: Starting from Maine"
"ได้ไปซักกะที อเมริกา"
"ไปแอ่วกันดีกว่า ได้เวลาออกเดินทางละจ๊ะ"
"ทริปใหญ่แห่งปีของเรา มันส์ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นเล๊ย"
"Be Right Back"
"Deal or No Deal"
"Sweet November"
"Long time no see"
"เปิดเทอมใหม่ เอว่าแต่เราทันได้ปิดเทอมตอนไหนล่ะเนี่ย"

 

 
 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 

เกาะจอ...ตั้งหน้าตั้งหน้ารออ่านทริปนะจ๊ะ
พี่แมว   
Wed 10 Apr 2013 18:46 [4]

กรี๊ดดดดดดดดดด อย่าทำแบบนี้. อยู่ๆ ก็จบเนี้ย น้องค้างเลยยยยยยย อัพวันนี้ใช่มั้ยค่ะ แฮะๆๆ รออยู่ๆๆ
Sommersomm   
Tue 9 Apr 2013 17:42 [3]

พี่ดาวววว น้องผึ้งตามอ่านอยู่นะคะ อัพเร้ววววว
Novembee   
Tue 9 Apr 2013 15:47 [2]

เค้าพร้อมแล้ววววววววววววววววว
จ๊อด   
Tue 9 Apr 2013 11:23 [1]